Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

มากกว่าแค่ฉาก เปิดมุมมองอาชีพ Set Designer และเส้นทางสู่ความฝันในอเมริกา

บ่อยครั้งที่ผู้ชมมอง ‘ฉากละคร’ เป็นเพียงพื้นหลังหรือเครื่องประดับที่ทำให้เวทีสมบูรณ์ แต่สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานสร้างสรรค์นี้ Set Design คือหัวใจสำคัญของการเล่าเรื่องที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบทละคร หน้าที่ของ Set Designer ไม่ใช่แค่การสร้างฉากเลียนแบบความจริง หรือทำ Backdrop สวยๆ แต่คือการ “ออกแบบพื้นที่” ให้สอดประสานไปกับเรื่องราว

“สำหรับเรา Set Design คือการออกแบบพื้นที่ในโรงละครให้เล่าเรื่องไปด้วยกันกับบทละคร… มันอาจเป็นแค่เก้าอี้บนพื้นขาวล้วนที่ทำให้เกิดจินตนาการเชิงสัญลักษณ์ส่งเสริมบทละครก็ได้เช่นกัน

วันนี้จะพาไปรู้จักศาสตร์ของการออกแบบฉากละคร ผ่านประสบการณ์ของ คุณอ๋อ ภัทรธิดา ปัญญาแก้ว ศิษย์เก่าสถาปัตย์ที่บินลัดฟ้าไปตามหาเส้นทางการออกแบบฉากที่ Yale University ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่การเตรียมตัวเพื่อตามล่าความฝัน ไปจนถึงเบื้องหลังการเรียน เพื่อต่อยอดไปสู่การทำงานจริง

รวมผลงานออกแบบตลอด 3 ปีที่ Yale Design Showcase ที่จัดขึ้นทุกปีตอนจบการศึกษา

___

เคล็ดลับพอร์ตโฟลิโอ ความเป็นตัวตนสำคัญกว่าปริมาณ

เมื่อตัดสินใจจะเรียนต่อด้านนี้เธอก็เริ่มศึกษาหามหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในด้านการออกแบบฉาก จนมาเจอเข้ากับ David Geffen School of Drama แห่ง Yale University ที่ New Heaven รัฐ Connecticut มหาวิทยาลัยแห่งนี้โดดเด่นในด้านการทำละครเวทีในทุกด้าน รวมไปถึงการออกแบบฉากด้วย

การยื่นใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาที่มีการแข่งขันสูงไม่ใช่เรื่องง่าย เทคนิคสำคัญที่เธอใช้คือ การศึกษาให้ลึกซึ้ง โดยเริ่มจากการอ่านหนังสือของปรมาจารย์ด้าน Set Design ที่เคยสอนที่นี่อย่าง Ming Cho Lee และศึกษาผลงานของ Adolphe Appia และ Joseph Svoboda เพื่อทำความเข้าใจแก่นแท้ของการออกแบบก่อนลงมือทำ

กลยุทธ์ในการทำพอร์ทฟอลิโอของเธอคือการ เดิมพันกับงานที่ใช่ แทนที่จะใส่ผลงานสะเปะสะปะ เธอเลือกทำโปรเจกต์หลักเพียงชิ้นเดียวแต่ลงรายละเอียดถึง 70% ของพอร์ตฟอลิโอ โดยเลือกตีความจากหนังที่มีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของตัวเอง ตั้งแต่การสเกตช์แนวคิด ทำโมเดล ไปจนถึงการจัดแสง

“เรียกว่าให้ความสำคัญกับงานเดียวที่เรามั่นใจไปเลย”

รวมผลงานของ Ming Cho Lee ทั้งโมเดลที่ใช้ออกแบบฉากและการเขียนแบบด้วยมือ ที่อาจารย์นำมาสอนในคลาส

___

โลกแห่งความจริงในห้องเรียนดีไซน์

เมื่อได้เข้าไปสัมผัสการเรียนการสอนจริง สิ่งที่พบคือความลึกซึ้งที่มากกว่าแค่ความรู้เดิม การออกแบบสำหรับละครพูด (Play), ละครเพลง (Musical), และโอเปร่า (Opera) ล้วนมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่อง “เทคนิค”

เธอเล่าว่า เมื่อมองย้อนกลับไปดูผลงานในพอร์ตโฟลิโอตอนสมัครเรียน ก็รู้สึกเขินกับความเข้าใจผิดเรื่องกลไกการเปลี่ยนฉากในตอนนั้น เพราะในความเป็นจริง ความสวยงามทางศิลปะต้องมาคู่กับความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม

“เราไม่มีความรู้ด้านเทคนิคของโรงละคร ซึ่งความเข้าใจด้านเทคนิคเป็นพื้นฐานสำคัญมากสำหรับการออกแบบฉาก ทั้งสองด้านต้องไปด้วยกันเสมอ”

ภาพตอนนำเสนอแบบโปรดักชั่นที่สร้างจริงครั้งแรกให้อาจารย์ฟัง

___

เมื่อเมืองทั้งเมืองคือห้องเรียน

สำหรับการเรียนด้านศิลปะและการละคร คงไม่มีห้องเรียนไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่า ‘นิวยอร์ก’ อีกแล้ว

คุณอ๋อเล่าให้ฟังว่า ทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาฝีมือ แม้จะเรียนที่ New Haven แต่การเดินทางเข้าสู่ใจกลางมหาวิานครนิวยอร์กนั้นทำได้ง่าย ทางโรงเรียนเองก็สนับสนุนให้นักศึกษาได้สัมผัสงานระดับโลกอย่างเต็มที่ ทั้งการแจกตั๋วชมการแสดง Met Opera ฟรี ซึ่งเปรียบเสมือนการทัศนศึกษา เพราะหลายครั้งอาจารย์ผู้ออกแบบฉากในเรื่องนั้นๆ จะมานั่งชมและร่วมวิจารณ์งานกันต่อหลังจบการแสดง

นอกจากนี้ การแวดล้อมไปด้วยเพื่อนๆ ที่เป็น Theater Nerds ทำให้กิจกรรมยามว่างหนีไม่พ้นการชวนกันไปดูละคร Broadway, Off-Broadway หรือแม้แต่การเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง MOMA และ The Met เพื่อซึมซับงานศิลปะ

“เป็นเมืองที่เข้าถึงศิลปะระดับโลกและสร้างแรงบันดาลใจได้มากจริงๆ”

โอเปร่าเรื่อง Rigoletto แสดงที่ The Met Opera ออกแบบฉากโดยอาจารย์ Michael Yeargan

___

เจาะลึกห้องเรียน Set Design ที่ Yale

เมื่อก้าวเข้าสู่การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง David Geffen School of Drama แห่ง Yale University บรรยากาศในห้องเรียนนั้นเข้มข้นและท้าทายตั้งแต่วันแรก หลักสูตร 3 ปีของที่นี่ถูกออกแบบมาให้สมดุลกันระหว่าง ทฤษฎี และ การปฏิบัติจริง

ในปีแรก นักศึกษาจะต้องเจอกับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงด้วยการออกแบบฉากที่ต้องเปลี่ยนโจทย์ทุกๆ สองสัปดาห์ ตั้งแต่บทละครยุคคลาสสิกอย่างเชกสเปียร์ ไปจนถึงบทละครร่วมสมัยและละครเพลง

“เป็นการฝึกให้คิดออกแบบตามสัญชาตญาณ เพราะไม่มีเวลาพัฒนาแบบมากนัก จึงต้องฝึกให้ทำงานเร็ว และรับมือกับการวิจารณ์ผลงานให้ได้”

ในคลาสเรียน อาจารย์จะเปิดโอกาสให้เพื่อนทุกคนช่วยกันออกความเห็น ซึ่งเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การวิพากย์วิจารณ์ในชั้นเรียนจึงเปรียบเสมือนการเลกเชอร์ไปในตัว โดยอาจารย์จะนำหนังสือดีไซน์หรือภาพยนตร์ที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันมาประกอบการสอนเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น 

มาดูตัวอย่างโปรเจกต์ระยะเวลา 2 สัปดาห์เรื่อง One Flea Spare (เขียนโดย Naomi Wallace) ซึ่งเป็นตัวอย่างการทำงานที่ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อจับทิศทางได้ถูกตั้งแต่สัปดาห์แรก (แบบร่างครั้งที่ 1) ก็สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดให้สมบูรณ์ขึ้นได้ในสัปดาห์ที่สอง (แบบร่างครั้งที่ 2)

แบบร่างที่ 1 และ แบบร่างที่ 2

___

จากห้องเรียนสู่โปรดักชันจริง และการบริหารทีมงาน

นอกจากวิชาในสาขาของตัวเองแล้ว นักศึกษาทุกคนยังต้องเรียนวิชาพื้นฐานของดีไซน์แขนงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Costume, Lighting หรือ Projection Design เพื่อให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมด

พอเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 สเกลงานจะใหญ่ขึ้นและท้าทายยิ่งขึ้น ในห้องเรียนจะเน้นการทำงานร่วมกับผู้กำกับที่เชิญมาจากภายนอกและดีไซเนอร์สาขาอื่น นอกจากนี้อาจารย์จะกำหนดให้ทำโปรดักชั่นจริงอย่างน้อยอีกคนละ 1-2 เรื่อง 

โปรเจกต์หนึ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบเรื่อง “Oroonoko” โศกนาฏกรรมของเจ้าชายแอฟริกาตะวันตกที่ตกเป็นทาส เธอเลือกจำลองพื้นที่เวที Delacorte Theater โรงละครกลางแจ้งใน Central Park โดยใช้ก้านไม้มาล้อมวงเหมือนการเล่านิทานรอบกองไฟ โอบรับด้วยธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำ และท้องฟ้า เพื่อส่งเสริมเนื้อเรื่องให้ทรงพลังยิ่งขึ้น

Delacorte Theater ตั้งอยู่ใจกลางสวน Central Park

ด้วยความที่สถาบันแห่งนี้มีสอนครบทุกสาขาของการทำละคร การทำงานจึงจำลองระบบนิเวศของวงการละครอาชีพมาไว้ทั้งหมด ในฐานะ Set Designer เธอต้องดูแลตั้งแต่ฝั่งเทคนิค (Technical Director), จิตรกรฉาก (Scenic Painters), อุปกรณ์ประกอบฉาก (Props), รวมไปจนถึงการมีรุ่นน้องปี 1 มาเป็นผู้ช่วย (Assistant Set Designer) เรียกว่าได้เรียนรู้ตั้งแต่การคุยกับผู้กำกับ ควบคุมงบประมาณ ดูแลการผลิต ไปจนถึงวันรื้อถอนฉากหลังโชว์จบ

ในปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้าย คุณอ๋อเลือกทำทีสิสเป็น ‘โอเปร่า’ เพื่อให้พอร์ตโฟลิโอมีความหลากหลาย โดยหยิบเอาผลงานสุดคลาสสิกอย่าง “Das Rheingold” ปฐมบทของมหากาพย์ “The Ring Cycle” ของ Richard Wagner มาตีความใหม่

งานธีสิส “Das Rheingold” ที่โรงละคร Bayreuth Theater

ยิ่งไปกว่านั้น ไฮไลต์สำคัญของนักศึกษาที่นี่คือการแข่งขันกันเพื่อคว้าโอกาสร่วมงานกับโรงละครระดับตำนานอย่าง Yale Repertory Theater ซึ่งเธอได้มีโอกาสออกแบบฉากให้กับบทละครเรื่องใหม่ “Notes on Killing Seven Oversight, Management and Economic Stability Board Members” ซึ่งเป็นละครการเมืองของเปอร์โตริโกที่ลึกซึ้งทั้งในแง่การปลดปล่อยจากอาณานิคม สังคม LGBTQIA+ และ Drag Culture ซึ่งเปิดโลกการเรียนรู้ให้เขาอย่างมหาศาล

ภาพการออกแบบฉาก “Notes on Killing Seven Oversight, Management and Economic Stability Board Members”

___

“จิตวิทยา” และ “มนต์เสน่ห์ของงานทำมือ”

เมื่อถามถึงทักษะที่จำเป็นที่สุดซึ่งเพิ่งค้นพบเมื่อไปเรียนที่นั่น คำตอบกลับไม่ใช่เรื่องของการวาดรูปหรือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่คือ Script Interpretation หรือ การตีความบท เธอเล่าอย่างถ่อมตัวว่า ในช่วงแรกที่ไม่มีพื้นฐานด้านจิตวิทยาละครมาก่อน การเจอโจทย์อย่างบทละครของเชกสเปียร์ถือเป็นเรื่องยากมาก แม้จะเก่งเรื่องการจัดการพื้นที่ (Space) ก็ตาม จนกระทั่งได้รับคำแนะนำสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองการทำงานไปตลอดกาล

“อาจารย์เคยพูดว่า Set Designer คือผู้กำกับของสเปซ เราคือคนแรกที่ตัดสินใจวางอะไรอยู่ตรงไหน และมันสื่อถึงอะไร ดังนั้นทักษะนี้จึงสำคัญที่สุด”

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประหลาดใจคือ มหาวิทยาลัยเน้นให้ “ทำโมเดลด้วยมือ” มากกว่าการใช้โปรแกรม 3D ในคอมพิวเตอร์ โมเดลทำมือให้ความรู้สึกที่จับต้องได้ เมื่อนำมาจัดแสงไฟจำลองร่วมกับทีม Lighting และ Projection Designer รวมถึงผู้กำกับ ก็จะสามารถมองเห็นภาพรวม จัดวางตำแหน่งนักแสดง (Staging) และคิด Storyboard ไปพร้อมกันได้ทันที ช่วยให้การเล่าเรื่องมีชีวิตชีวาและจับต้องได้จริงมากกว่าภาพในจอคอมพิวเตอร์

ตัวอย่างโมเดลฉากที่ติดไฟและตั้งกล้องถ่ายรูปเพื่อคิด Storyboard ของบทละคร

___

คอนเนกชันคือใบเบิกทาง และความท้าทายในโลกความจริง

เมื่อก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย สิ่งที่การันตีความอยู่รอดในสายอาชีพนี้ได้ดีที่สุดคือ โอกาส และ ความไว้วางใจ

คุณอ๋อเล่าว่าระบบศิษย์เก่าและอาจารย์ที่ Yale มีความเข้มแข็งมาก การได้เริ่มงานแรกๆ มักมาจากการแนะนำบอกต่อ แต่สิ่งที่จะทำให้เรายืนระยะได้คือฝีมือของตัวเอง แม้บรรยากาศการออกแบบจะไม่ต่างจากในห้องเรียน แต่สิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงคือ “การบริหารจัดการทรัพยากร”

“ทำโปรดักชั่นจริงไม่ได้มีทรัพยากรเท่าที่สถาบันการศึกษาให้ได้ เราต้องเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการจากโชว์โรงเล็กๆ… บางทีไม่มีช่างทำฉาก ไม่มีช็อป ทุกอย่างต้องทำเองหมด บริหารงบ จัดหาจัดซื้อ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเรียนรู้ทักษะตรงนี้อยู่”

รวมทีมงานโปรดักชั่น Every Brilliant Thing ที่จัดแสดงที่ Yale Cabaret เป็นโรงละครขนาดเล็กที่นักเรียนทำกันเอง เน้นเอาสนุกและรู้จักคน

___

มองอุตสาหกรรมละคร: ไทย vs อเมริกา

เมื่อถามถึงมุมมองเปรียบเทียบระหว่างสองประเทศ เขาให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า บุคลากรไทยมีศักยภาพสูงมากและไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร สิ่งที่ขาดคือ การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ

ในอเมริกามีระบบสหภาพแรงงานและองค์กรต่างๆ ที่คอยซัพพอร์ตคนทำงาน รวมถึงผู้ชมที่โหยหาเนื้อหาใหม่ๆ อยู่เสมอ หากนำระบบการจัดการเหล่านี้มาปรับใช้กับฐานความสามารถของคนไทยที่มีอยู่แล้ว เชื่อว่าวงการโปรดักชั่นไทยจะไปได้ไกลแน่นอน

ในส่วนของเทคโนโลยี เธอมองว่าเครื่องมือใหม่ๆ อย่าง Prevision Labs หรือซอฟต์แวร์จำลองฉากเสมือนจริง (Virtual Scene) เข้ามาช่วยอุดรอยรั่วของการทำงานได้มาก ทำให้เห็นภาพรวมของแสงและคิวการแสดงก่อนสร้างจริง แต่นั่นไม่ได้มาแทนที่งานฝีมือ เพราะหัวใจสำคัญยังคงเป็นการผสมผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อให้การเล่าเรื่องลื่นไหลที่สุด

บรรยากาศการทำงานขั้นตอนขนย้ายและสร้างฉากภายในโรงละครโดยนักเรียน Technical Design and Production (TD&P)

___

ส่งต่อไฟฝันถึงรุ่นน้อง

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ เธอได้ฝากคำแนะนำถึงน้องๆ ที่อยากเดินตามรอยเส้นทางสาย Set Design ว่าให้เริ่ม สะสมคลังความรู้ ตั้งแต่วันนี้ ลองวิเคราะห์งานของดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบว่าเขาตีความบทอย่างไร และที่สำคัญคือควรฝึกทักษะพื้นฐานอย่างการเขียนแบบและการทำโมเดลไว้บ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่

และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ในวงการที่เฉพาะทางแบบนี้ คือความแข็งแกร่งของจิตใจและการบริหารตัวเอง

“งานเป็นฟรีแลนซ์ เราต้องหางานเอง บริหารจัดการเวลา การเงินเอง… หางานนี่คอนเนคชันสำคัญแทบจะที่สุด แต่ถ้ามีแพชชั่นจริงๆ และเชื่อมั่นว่าเราทำได้ก็ลุยเลย”

ภาพบรรยากาศในห้องพรีเซ้นทีสิส รวมแนวความคิดการออกแบบ โมเดล และแบบก่อสร้างอย่างละเอียด

นักออกแบบฉาก หรือ Set Designer ไม่ใช่แค่การออกแบบให้สวย แต่คือการถ่ายทอดเรื่องราวสู่ผู้ชมผ่านองค์ประกอบที่ผู้ชมสามารถรับรู้ได้

#Artof #Artofth #SetDesigner #ออกแบบฉาก #ประสบการณ์เรียนต่อ

© 2021 Art of. All rights reserved.

  083-138-5607
contact@artofth.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save