2 ภาพพิมพ์แกะไม้ระดับตำนานของ ‘HOKUSAI’ เมื่อคุณค่าของศิลปะระดับโลก ถ่ายทอดสู่เครื่องคิดเลข CASIO !
เมื่อพูดถึงภาพพิมพ์ที่หลายคนคุ้นตาอย่างภาพ ‘คลื่นยักษ์’ ซึ่งมีชื่อเสียงและถูกจดจำจนกลายเป็นภาพสุดไอคอนิค (โด่งดังมากจนคนพูดว่านี่คือโมนาลิซ่าของญี่ปุ่น !) เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นก็ดูจะไม่เกินจริง

แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งในงานที่เป็นที่รู้จักที่สุด ของศิลปินที่เป็นตำนานอย่าง ‘คัตสึชิกะ โฮคุไซ’ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะญี่ปุ่นประเภท Ukiyo-e ทั้งภาพพิมพ์แกะไม้และภาพวาด ที่ได้รับความนิยมในสมัยเอโดะ ช่วงศตวรรษที่ 18 ถึง 19
‘Hokusai’ ศิลปินผู้มีมากกว่า 30 ชื่อ !
เมื่อพูดถึง ‘คัตสึชิกะ โฮคุไซ’ น่าจะเป็นชื่อที่คุ้นหูคนในแวดวงศิลปะกันพอสมควร แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นแค่หนึ่งในอย่างน้อย 30 ชื่อในช่วงชีวิตของโฮคุไซ ซึ่งแม้ว่าศิลปินญี่ปุ่นในยุคนั้นจะใช้หลายชื่อกันเป็นเรื่องปกติเพื่อระบุรูปแบบและช่วงเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างกัน แต่สำหรับโฮคุไซก็ถือว่าเปลี่ยนชื่อของตัวเองบ่อยมากอยู่ดี
โฮคุไซเป็นเด็กฝึกงานแกะสลักไม้ตั้งแต่อายุ 14 ปี และตีพิมพ์ผลงานชุดแรกในปี 1779 ภายใต้ชื่อ ‘ชุนโร’ ที่อาจารย์คนแรกตั้งให้ หลังจากนั้นยังมีอีกหลายชื่อ เช่นตอนที่สร้างหนังสือภาพการ์ตูน และเป็นศิลปินคนแรกที่ใช้คำว่ามังงะในนาม ‘ไทโตะ’

หนังสือภาพ ‘36 ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิ’ แต่มี 46 ภาพ !?
โฮคุไซสร้างสรรค์ภาพพิมพ์แกะไม้ในหลากหลายหัวข้อ แต่ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นภาพคลื่นยักษ์ ‘The Great Wave off Kanagawa’ และภาพฟูจิแดง ‘Fine Wind, Clear Morning’ ในซีรีส์ ‘Thirty-six Views of Mount Fuji’
ภาพชุดนี้ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1826-1833 จากความหลงใหลส่วนตัวที่มีต่อภูเขาญี่ปุ่น รวมถึงกระแสการท่องเที่ยวภายในประเทศที่กำลังเฟื่องฟูในขณะนั้น แสดงให้เห็นภูเขาฟูจิในฤดูกาลและสภาพอากาศที่แตกต่างกัน

ผลงานชุดนี้ทำให้โฮคุไซมีชื่อเสียงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ซึ่งด้วยความนิยมนี้ ทำให้ได้มีการเพิ่มอีก 10 ภาพในหนังสือรวมภาพฉบับต่อมา กลายเป็นภาพพิมพ์ 46 ภาพนั่นเอง
The Great Wave off Kanagawa (1830-1832)

หนึ่งภาพที่มีชื่อที่สุดในเซ็ทภาพ ‘36 ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิ’ นั่นคือภาพของคลื่นขนาดใหญ่ที่ถูกลมพัดเข้าใส่เรือประมงในจังหวัดคานางาวะ ถ่ายทอดความรู้สึกของเหล่ามนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ต้องเผชิญกับพลังของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ‘คลื่นยักษ์’ ที่ปั่นป่วนขัดแย้งกับฟูจิที่ดูสงบนิ่งอยู่ในฉากหลังอันห่างไกล
อีกความน่าสนใจของภาพนี้คือการใช้สี โดยเฉพาะในเกลียวคลื่นที่มีการใช้สี Prussian Blue สลับกับ Indigo เพื่อสร้างความลึกของมวลน้ำทำให้คลื่นดูมีน้ำหนักและน่าเกรงขาม สีน้ำเงินถูกเชื่อมไปยังฐานของภูเขาไฟฟูจิ เปรียบเสมือนว่าฟูจิเป็นคลื่นอีกลูกที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
เมื่อรวมกับองค์ประกอบภาพที่ลงตัวสวยงาม ทำให้ภาพนี้ส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังศิลปินตะวันตกอีกมากมาย แม้แต่ Vincent Van Gogh ยังเคยเขียนจดหมายถึงน้องชาย พูดถึงความประทับใจที่มีต่อภาพ The Great Wave off Kanagawa
Fine Wind, Clear Morning (1830-1831)

‘ฟูจิแดง’ อีกหนึ่งในภาพที่มีชื่อที่สุดในเซ็ทภาพ ‘36 ทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิ’ เป็นภาพพิมพ์ที่มีองค์ประกอบชัดเจน ตรงไปตรงมา คือมีภาพของภูเขาฟูจิถูกปกคลุมด้วยเมฆที่ลอยอยู่ โดดเด่นในการเน้นรูปทรงที่เรียบง่ายของภูเขา ตรงข้ามกับความซับซ้อนที่เราเห็นในภาพ ‘คลื่นยักษ์’
ฉากในภาพคือภูเขาที่ถูกย้อมเป็นสีแดงโดยแสงอาทิตย์ยามเช้า ขณะที่ลมพัดเบาๆ ในช่วงต้นฤดูร้อนจากทางใต้ ขณะที่ฤดูร้อนกำลังเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ สะท้อนแก่นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่ผูกติดอยู่กับภูเขาฟูจิอย่างลึกซึ้ง
โทนสีของภาพเน้นการตัดกันของพื้นผิวภูเขาสีแดงเข้ม กับท้องฟ้าและพื้นหญ้าเนินเขาที่เป็นสีโทนเย็นของธรรมชาติ
ศิลปะระดับตำนานของโฮคุไซในมือคุณ
ด้วยความไอคอนิคของของผลงาน ทำให้ภาพของโฮคุไซยังคงให้ความรู้สึกสดใหม่แม้จะผ่านไปสองศตวรรษแล้วก็ตาม และยังคงส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ยุคปัจจุบันผ่านไอเท็มอย่าง ‘Casio Calculators – Katsushika Hokusai Edition’

โดยหยิบเอาศิลปะระดับตำนานของโฮคุไซมาถ่ายทอดลงบนไอเท็มบนโต๊ะทำงาน ที่นอกจากฟังก์ชันเครื่องคิดเลขที่เราใช้งานกันอยู่แล้ว ยังมอบคุณค่าด้านสุนทรียภาพ กลายเป็นงานศิลปะที่ใช้งานได้จริง
โดยทั้ง 2 ลายก็สะท้อนความรู้สึกผ่าน 2 ภาพของโฮคุไซ ทั้งความเคลื่อนไหวอัน Contrast ระหว่างผู้คนที่พยายามเอาตัวรอดจากพลังที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในภาพ ‘คลื่นยักษ์’ และความเปลี่ยนผ่านฤดูที่สะท้อนลงบน ‘ฟูจิแดง’ แถมด้วยรายละเอียดของฟอนต์ที่ประณีต ให้ความรู้สึกแบบดั้งเดิมเหมือนงานศิลปะแบบ Ukiyo-e
CASIO JF-M200 (Katsushika Hokusai Edition)
เครื่องคิดเลขรูปทรงสวยที่ประกอบขึ้นจากองค์ประกอบที่เป็นเส้นตรงให้ความรู้สึกที่ดูสง่างาม เป็นเหมือนผืนผ้าใบที่เหมาะจะถ่ายทอดผลงานสุดไอคอนิคทั้ง 2 ภาพของโฮคุไซลงบนตัวเครื่อง เปลี่ยนให้งานศิลปะใช้งานได้ มอบคุณค่าทั้งด้านฟังก์ชัน และสุนทรียภาพของใจเมื่อวางไว้บนโต๊ะทำงาน

ตัวเครื่องคิดเลขของ Casio ถือว่ามีคุณภาพระดับสูงอยู่แล้ว แต่ละรายละเอียดก็ออกแบบมาอย่างประณีต เช่นแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่คิดมาอย่างดีในตอนออกแบบ ด้วยการรวมเข้ากับจอ LCD หรือฟอนต์ที่เลือกมาอย่างดีให้ความรู้สึกแบบดั้งเดิม เพื่อให้เข้ากับความเป็นโฮคุไซ เสริมบรรยากาศแบบ Ukiyo-e

นอกจากด้านหน้า เมื่อมองไปด้านข้างก็มีความเรียบง่ายและเพรียวบาง ทำมุมเอียงเพื่อให้อ่านได้อย่างชัดเจนตอนที่เครื่องคิดเลขวางอยู่บนโต๊ะ แต่เมื่อมองจากอีกด้านจะเห็นรูปทรงหลายชั้นก่อตัวขึ้นเหมือนกับภูเขาฟูจิ ทำให้จับถนัดมือและดูสวยงาม
เครื่องคิดเลข CASIO JF-M200 (Katsushika Hokusai Edition) มีวางจำหน่ายที่ B2S และ BeTrend (สาขาที่ร่วมรายการ) รวมถึงช้อปออนไลน์ได้ที่ Casio Calculators Official Shop
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงช้อปออนไลน์ได้ที่ >> https://linktr.ee/CASIO.JFM200.th


