'Teshima Art Museum' แค่ได้เยือน...ก็เหมือนอยู่ในความฝัน
คำกล่าวข้างต้นนั้นถือว่าไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยสำหรับการได้ไปเยือนสถานที่เห่งนี้ หากจะยกตัวอย่างสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปสักครั้งในชีวิต สถานที่นี้ควรติดโผอย่างแน่นอน...
เมื่อมองโดยภาพรวมแล้ว สถานที่นี้ดูเหมือนเป็นพื้นที่ที่ว่างเปล่า ไม่มีเสา ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีอะไรเลย จนอาจเกิดคำถามว่า...แบบนี้เรียกว่าเป็นมิวเซียมได้จริงๆเหรอ? ถ้าจะพูดจริงๆแล้วจากประสบการณ์ที่ไปมา ต้องบอกว่ามันดูจะเหมือนเป็นคล้ายๆกับโบสถ์เสียมากกว่า ไม่ใช่ว่าเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาแต่อย่างใด แต่เป็นที่ที่เหมือนกับให้ความสงบ ความรู้สึกที่นุ่มลึก และบางที สิ่งที่มิวเซียมนี้จัดแสดงก็คงจะเป็น ภูเขา สายลม หยดน้ำ เสียงและความรู้สึกของผู้ไปเยือนนั่นเอง
สถานที่แบบนี้เหล่านักออกแบบมักจะเรียกว่า 'Sensory Space' ซึ่งเป็นสถานที่ที่เล่นกับสัมผัสทั้ง 5 ของคน โดย Ryue Nishizawa แห่ง SANAA ที่เป็นผู้ออกแบบมิวเซียมนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียวในแง่ของความประทับใจของผู้มาเยือน
มิวเซียมนี้ถูกก่อตั้งในปี 2010…
"เมื่อดูภาพเหล่านี้ หลายคนอาจรู้สึกเหมือน กำลังได้แอบดูความฝันของใครซักคนอยู่"
'Gabriel Isak' ช่างภาพชาวสวีเดน กับผลงานภาพถ่ายที่ดูลึกลับ เหล่าคนที่ใบหน้าถูกบดบังสะกดให้จ้องมอง และจินตนาการถึงความเศร้าโศก ความหวาดระแวง และความสับสน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโลกในจิตใต้สำนึกของตัวศิลปิน บางครั้งก็แอบชวนให้คิดถึงผลงานของ René Magritte อยู่ไม่น้อย
เบื้องหลังของภาพถ่ายเหล่านี้ มาจากตอนที่ศิลปินเริ่มถ่ายภาพ ในขณะที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ซึ่งกล้องก็กลายเป็นเครื่องมือในการปลดปล่อยบางอย่างจากข้างในออกมา บางครั้งอาการซึมเศร้าก็ทำให้ไม่สามารถถ่ายรูปได้ แต่บางครั้งก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเช่นกัน
ศิลปินถ่ายทอดประสบการณ์ความกลัว และความปรารถนาที่ฝังลึกของมนุษย์ ด้วยภาพ และสถานการณ์สุด Surreal ที่จินตนาการสร้างขึ้นมาในโลกสีน้ำเงิน ซึ่งทั้งหมดผ่านการเลือกมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสถานที่ที่จะสามารถถ่ายทอดองค์ประกอบกราฟิก สี เส้น ในบริบทที่จะถ่ายทอดแนวคิดของศิลปินได้ และรอเพียงแค่ตัวแบบที่จะเข้าไปเป็นองค์ประกอบสุดท้ายให้ภาพสมบูรณ์
อีกรายละเอียดสำคัญที่ทุกคนน่าจะเห็นในภาพรวมทั้งหมด คือการใช้ธีมสีน้ำเงิน ที่มักสื่อถึงความเศร้าโศก และสร้างบรรยากาศอันเงียบสงบในงานได้เป็นอย่างดี
source: gabrielisak | yatzer
เรื่องราวของธรรมชาติและการรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น ถูกนำมาเล่าผ่านสื่อต่างๆ มากมาย ตั้งแต่สารคดี ภาพยนตร์ ไปจนถึงการรณรงค์ในรูปแบบต่างๆ ทั่วโลก
แต่ในนิทรรศการ Artificial Nature - ธรรมชาติประดิษฐ์ นั้น จะพาไปรับรู้เรื่องราวของธรรมชาติ ผ่านมุมมองของศิลปะที่เล่าโดยศิลปิน 2 คนคือ นักรบ มูลมานัส และ แมรี่ ภาคินี ที่มีการเล่าเรื่องและเทคนิคที่ต่างกัน นำพาให้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานโดย Waiting You Curator Lab
ในส่วนของคุณ นักรบ มูลมานัส เขาได้เลือกเล่าเรื่องผ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์สยาม ที่ผู้คนในอดีตมีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผ่านความเชื่อลี้ลับ เช่นเรื่องของ นกการเวก
โดยหลายคนอาจคุ้นเคยกับผลงานของคุณนักรบในลักษณะงานคอลลาจตัดต่อภาพ แต่ครั้งนี้เขาได้แสดงผลงานแบบ ศิลปะการจัดวาง…
โน้ตดนตรีบนบรรทัด 5 เส้น เปรียบเสมือนตัวอักษรที่สื่อความหมายในรูปแบบเฉพาะ แต่ละคนอาจมองเห็นออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน นักดนตรีอาจมองแล้วเห็นเป็นเพลง เห็นเป็นท่วงทำนอง แต่คนทั่วไปอาจเห็นเป็นจุด เส้น ตัวโน้ต ที่เรียงกันอยู่ ซึ่งนั่นทำให้ศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวรัสเซีย 'Lena Erlich' เริ่มโปรเจกต์นี้ขึ้น
ผลงานในซีรีส์ “On Note” เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันหนึ่ง Erlich หยิบปากกาสีมาเริ่มวาดภาพสิ่งที่เห็นรอบตัวบนหน้าหนังสือเพลง ใช้ช่องว่างระหว่างตัวโน้ต และบรรทัด 5 เส้นในการสร้างสรรค์เรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา เช่น ฉากโรแมนติก,ดราม่า, คอมเมดี้ และยิ่งสนุกขึ้นเมื่อเติมธีมต่างๆ ลงไป
เช่นเมื่ออ่านโน้ตเพลง "Forest Adventure" เราจะได้ตามติดชีวิตของครอบครัวหนึ่ง และแมวขาวดำของพวกเขา ในขณะที่พวกเขาใช้เวลาทั้งวันในป่า ซึ่งความเจ๋งคือเรื่องราวเหล่านั้นจะล้อไปกับคำศัพท์ดนตรี ที่จะระบุเป็นวิธีการเล่นอยู่ด้วย เช่น เมื่อเจอคำสั่ง Allegretto…
ทุกคนเคยเป็นไหม? เวลาที่เราไม่สามารถอธิบายความรู้สึกด้านต่างๆ ของตัวเองออกมาเป็นคำพูดหรือสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้? วันนี้ Art of จะมาเล่าถึงนิทรรศการที่ศิลปินได้ถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้น ออกมาเป็น’เพื่อน’ ที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังอาจช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
ศิลปิน Faan Peeti (ฟาน ปีติ) เป็นศิลปินไทยที่บอกเล่าเรื่องราวด้วยลายเส้นที่ละเอียดลออ ส่งต่อพลังพิเศษผ่านผลงานของเธอ ในนิทรรศการนี้ เธอได้เริ่มเล่าเรื่องราวผ่านไดอารี่ของเด็กหญิงยินดี ที่ก็มีความสุข ความทุกข์ ความรู้สึกเหมือนพวกเราทุกคน
แต่หลังจากนั้นยินดีก็พบว่า เธอมีเพื่อนมากมายที่อยู่ข้างในตัวเธอ โดยเพื่อนแต่ละคนนั้นแทนความรู้สึก ความคิด และตัวตนในแต่ละด้าน ที่ถูกตีความสะท้อนออกมาเป็นสัตว์ประหลาด โดยคุณฟานหวังว่า ผู้ชมอาจไ้ด้เจอเพื่อนสัตว์ประหลาดที่สะท้อนความรู้สึกข้างใน ไม่รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว
เช่น โซเฟีย เพื่อนคนโปรดคุณฟาน สุนัขจิ้งจอกที่ในด้านหนึ่งเชื่อว่าตัวเองเป็นคนปราดเปรียวแข็งแรง แต่ในอีกด้านก็รู้สึกว่าตนเองเปราะบางไม่มั่นใจ แต่ก็พร้อมที่จะลองบินไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญด้วยปีกผีเสื้อ
นิทรรศการนี้เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า การเขียนหรือสะท้อนความรู้สึกออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านดีหรือไม่ดี ก็อาจทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ดั่งข้อความ…
หลังจากผ่านมา 2 ปี เหล่าอีเว้นท์และนิทรรศการต่างๆ ก็กลับมาจัดงานกันได้อีกครั้งอย่างเต็มที่ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ‘ศิลปะ’ นั้นเป็นตัวกลางสำคัญในการชักชวนให้ผู้คนออกมาสนุกสนานมีความสุขกันอีกครั้งทั้งงานดนตรีต่างๆ หรือหนังกลางแปลง ที่ทำให้จิตใจของหลายๆ คนกลับมาพองฟู
วันนี้ เราได้คัดและรวมนิทรรศการศิลปะมาส่วนหนึ่งที่มีจัดในเดือนกรกฎาคม 2022 มาให้ชมกัน หลายงานนั้นจัดแสดงผลงานของศิลปินที่แกลลอรี่ หลายงานก็เป็นการสร้างสรรค์ของศิลปินร่วมกับแบรนด์เอกชน หวังว่าอีเว้นท์เหล่านี้จะเป็นอีกแรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลายๆ คนที่กำลังสร้างผลงานของตัวเอง
Nothing is everything by COMO Bianca X Tul & ADD
นิทรรศการ Nothing is everything by COMO Bianca X Tul & Add โดย Areeya เป็นงานจัดแสดงภาพถ่ายที่ถ่ายทอดความสุขจากเรื่องราวเรียบง่ายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านที่เปรียบเสมือนผืนผ้าใบ…
เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะมีมุมโปรดในบ้าน กับช่วงเวลาโปรดของวัน ที่ได้นั่งปล่อยใจดูแสงแดด สายลมพัดให้เห็นเงาที่ตกกระทบเคลื่อนไหว ทำให้เราอยากจะบันทึกช่วงเวลาเหล่านั้นเก็บเอาไว้ ซึ่งนั่นได้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์ของนิทรรศการจาก Areeya ที่เราจะพาไปชมกันในวันนี้นั่นเอง !!
นิทรรศการ Nothing is everything by COMO Bianca X Tul & Add จัดที่หอศิลป์ เป็นงานจัดแสดงภาพถ่ายที่ถ่ายทอดความสุขจากเรื่องราวเรียบง่ายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านที่เปรียบเสมือนผืนผ้าใบ โดยมีแสง-เงา เป็นสื่อกลางสะท้อนแต่ละช่วงเวลาของวัน นอกจากนี้ยังมีเสียง ASMR ที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษโดยคุณตั้มที่ทำให้ประสบการณ์การชมภาพถ่ายนั้นรื่นรมย์ไปอีกขั้น!
ถือเป็นอีกนิทรรศการที่ควรค่ากับการไปเยี่ยมชม เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้า จัดที่หอศิลป์ฯ ที่สำคัญคือจัดแค่ 10 วันเท่านั้น !! ต้องรีบไปแล้วนะ ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลย!
Nothing is everything…
ไม่ใช่แค่โมเดลจำลองตึก แต่จำลองความรู้สึกอยู่ใจกลางธรรมชาติ ด้วยโมเดลยักษ์ขนาด 1:10 ของ Noble Create
มิติใหม่ของการทำโมเดลที่ไม่ได้มีไว้แค่ให้ดู แต่เอาไว้สร้างความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริง Noble Create ยกสวนสไตล์ Central Park ขนาดย่อส่วนมาให้ชมกัน
โดยปกติ โมเดลสถาปัตยกรรมจะมีขนาดเล็กๆ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเห็นทั้งรูปทรงและความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ โดยรอบได้แบบ 3 มิติ ต่างจากรูปภาพที่เราไม่เห็นระยะ แต่ก็มีบางเคสที่ฉีกกฏนี้ออกไป เพราะเร็วๆ นี้เราได้ไปดูโมเดลขนาดใหญ่เบิ้ม (ที่สูงจนทะลุเพดาน) ที่น่าสนใจเพราะมันเกิดมาเพื่อ ‘สร้างความรู้สึกร่วม’ ให้กับผู้ชม
ทำไมต้องทำโมเดลใหญ่โตถึงขั้นทะลุเพดาน ?
ไม่ใช่ทุกโครงการควรทำโมเดลใหญ่ๆ แต่ Noble Create เป็นโครงการคอนโด High-Rise แห่งแรกในย่านเอกมัย-รามอินทราที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวมาก จนหยิบมาเป็นแนวคิดสร้างพื้นที่การใช้ชีวิตติดพื้นที่สีเขียว เหมือนชาวนิวยอร์กที่อยู่ติด Central Park ภายใต้แนวคิด Forest Habitat และการจะสื่อสารความรู้สึกนี้ออกไปสู่ลูกค้า แค่ภาพอาจยังไม่พอ
วันนี้จะพาไปชมแนวคิดเบื้องหลังโครงการ Noble…
เชื่อว่าหลายคนมักตื่นเต้นดีใจเวลาได้เห็นสายรุ้งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า บางคนก็มองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ซึ่งนอกจากสีสันที่สวยงามแล้วยังพบเจอได้ยาก ก็ยิ่งทำให้สายรุ้งมีความพิเศษ
ซึ่งถ้าคิดว่านั่นพิเศษแล้ว บอกเลยว่ามียิ่งกว่านั้น ! เพราะช่างภาพ Brian Hawkins จาก Redondo Beach จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ 'Moonbow' ภาพถ่ายสายรุ้งใต้แสงจันทร์ ที่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย ถ้าละอองน้ำจากน้ำตกได้รับแสงจันทร์เพียงพอเมื่อไหร่ ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์พิเศษนี้
Hawkins มีพื้นฐานก่อนมาเป็นช่างภาพเต็มตัวจากการเป็นวิศวกรการบินและอวกาศ จึงไม่แปลกที่จะมีความเชี่ยวชาญในการทำนายปรากฏการณ์เหล่านี้ แม้ว่า Moonbow จะเกิดขึ้นบ่อยพอสมควร แต่เราจะมองเห็นได้ยากกว่า ถ้าอยู่ในที่แสงน้อย Hawkins ก็เลยจัดทำเว็บไซต์ทำนายเอาไว้ให้ซะเลย >> https://yosemitemoonbow.com
ทริคที่ Hawkins ให้ไว้อีกอย่างคือ สำหรับสายตามนุษย์ Moonbow มักจะดูเป็นสีซีดๆ หรือไม่มีสี หรืออาจมองเห็ฯเป็นส่วนโค้งสีเทาในกลุ่มหมอกของน้ำตก เพราะว่าความไวในการมองเห็นสีของมนุษย์ลดลงในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย…
