Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

เบื้องหลังคอสตูมดีไซน์ ใน The Odyssey โดยคริสโตเฟอร์ โนแลน

หลังจากที่มีตัวอย่างของ The Odyssey ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากบทประพันธ์ของโฮเมอร์ ของผู้กำกับ ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ ออกมา ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งในเรื่องการเลือกนักแสดง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย ที่มีการออกแบบใหม่จนไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ทั้งหมด

“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าการออกแบบเครื่องแต่งกายใน ‘The Odyssey’ จะออกมาแย่ขนาดนี้! ไม่มีใครสนใจความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เลยหรือไง?” ชาวเน็ตท่านหนึ่งได้จั่วหัวกระทู้เอาไว้อย่างน่าสนใจ และทำให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องนี้ในทันที

บางเสียงก็ได้กล่าวว่า “โนแลนไม่ได้ตั้งใจจำลองประวัติศาสตร์ให้เหมือนตำราโบราณคดี แต่เขาต้องการทำให้ตัวละครเหล่านี้มีภาพจำ ทรงพลัง และมีความเป็นภาพยนตร์”

และเสียงวิจารณ์ทั้งหลาย อาจทำให้ได้ฉุกคิดได้ว่า การเรียกร้องความสมจริงทางประวัติศาสตร์อย่างเคร่งครัดกับเรื่องที่เป็นมหากาพย์กึ่งตำนาน (Myth) นั้น อาจเป็นการคาดหวังที่เกินเหตุไปหรือไม่?

หัวเรือในการดูแลเครื่องแต่งกายใน The Odyssey ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือคุณ Ellen Mirojnick ผู้ที่เคยร่วมงานกับโนแลนในเรื่อง Oppenheimer มาแล้ว และยังเคยออกแบบเครื่องแต่งกายในซีรีส์ประวัติศาสตร์หึ่งแฟนตาซีอย่าง Bridgerton อีกด้วย จึงทำให้ไม่น่าแปลกใจที่งานเสื้อผ้าในหนังเรื่องนี้จะมีมุมมองที่แปลกใหม่

Art of จะพาไปเจาะเบื้องลึกเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องแต่งกายใน ‘The Odyssey’ กัน ว่าแท้จริงแล้วมีที่มาอย่างไรบ้าง


การแต่งกายที่ผิดยุค ทำไมถึงโดนวิจารณ์อย่างหนัก?

ภาพแรกจาก ‘The Odyssey’ กลายเป็นประเด็นร้อนในหมู่คนรักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีทันที หลายคนมองว่าชุดเกราะและเครื่องแต่งกายของตัวละคร ‘ผิดยุค’ จนน่าตกใจ เพราะมหากาพย์ ‘The Odyssey’ เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากสงครามกรุงทรอย ซึ่งหากอิงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นราว 1200 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคไมซีนี (Mycenaean) ไม่ใช่กรีกยุคคลาสสิกอย่างที่ผู้ชมคุ้นเคยจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด

หนึ่งในจุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดคือ ‘Odysseus’ ที่รับบทโดย ‘Matt Damon’ ซึ่งสวม ‘Corinthian Helmet’ หมวกนักรบอันเป็นสัญลักษณ์ของกรีกโบราณ แต่จริงๆ แล้วหมวกประเภทนี้เพิ่งถือกำเนิดขึ้นหลังยุคสงครามกรุงทรอยอีกราว 500 ปีต่อมา

ชุดเกราะของเขาดูคล้ายเหล็กสีดำ มากกว่าจะเป็นเกราะทองสำริดแบบที่นักรบไมซีนีใช้จริง จึงทำให้หลายคนมองว่าเป็นการผสมยุคสมัยเข้าด้วยกันอย่างน่าสับสน

นอกจากนั้น ‘Telemachus’ ที่รับบทโดย ‘Tom Holland’ ยังสวมเสื้อคอวี แทนที่จะเป็นเสื้อทูนิกแบบกรีกโบราณ ส่วน ‘Agamemnon’ ที่รับบทโดย ‘Benny Safdie’ ก็สวมเกราะสีดำด้านและหมวกดีไซน์เก๋จนแฟนๆ หลายคนแซวว่าเหมือน ‘Greek Batman’ มากกว่ากษัตริย์แห่งไมซีนี 

เสียงวิจารณ์เหล่านี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้ชมจับผิด แต่เกิดจากความคาดหวังว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์นี้ จะสะท้อนโลกของ ‘กรีกยุคสำริด’ หรือวัสดุทองบรอนซ์ได้ใกล้เคียงกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากกว่านี้


กรีกยุคสงครามกรุงทรอย ตามหลักฐานประวัติศาสตร์

หากคริสโตเฟอร์ โนแลน เลือกอ้างอิงโลกของ กรีกยุคไมซีนีอย่างเคร่งครัด ภาพของเหล่าวีรบุรุษคงแตกต่างจากที่เราเห็นในตัวอย่างภาพยนตร์อย่างสิ้นเชิง เพราะนักรบในยุคนั้นสวม ‘เกราะทองสำริด’ ที่ประกอบจากแผ่นโลหะหลายชิ้นซ้อนกัน มีขนาดใหญ่ หนัก และปกป้องร่างกายแทบทุกส่วน จนหลายคนเปรียบว่าเหมือน ‘รถถังเดินได้’ มากกว่านักรบผู้แกร่งกล้าและคล่องแคล่ว

หมวกที่ควรจะอยู่ในยุค 1200 ก่อนคริสตศักราชคือ Boar’s Tusk Helmet ซึ่งสร้างด้วยเขี้ยวหมูป่าจริงเรียงซ้อนบนโครงหนัง ไม่ใช่หมวก Corinthian อันเป็นภาพจำของกรีกยุคหลัง ที่ถูกใช้ในภาพยนตร์ ชุดเกราะและโล่ยังมีพื้นผิวทองสำริดที่ขัดจนแวววาว และตกแต่งด้วยสีสันสดใส เพราะในสนามรบที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน แม่ทัพจำเป็นต้องมองเห็นกำลังพลของตนให้ชัดที่สุด ไม่ใช่แนวทึมๆ อย่างที่โนแลนเลือก

หนึ่งในผู้ที่ทำให้ผู้คนเห็นภาพของนักรบยุคไมซีนีได้ใกล้เคียงความจริงที่สุด คือ ‘Dimitrios Katsikis’ ช่างตีเกราะจากกรุงเอเธนส์ หนึ่งในช่างสร้างเกราะกรีกโบราณที่ดีที่สุดในโลก เขาสร้างชุดเกราะของ Odysseus ขึ้นหนึ่งชุด ใช้เวลาถึง 6 เดือน และประกอบกว่า 4,000 ชิ้น 

มีรายงานระบุว่าทีมงานของโนแลนเคยติดต่อเขาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโปรเจกต์ แต่สุดท้ายการร่วมงานกันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะตารางการผลิตภาพยนตร์เดินหน้าเร็วเกินกว่าที่งานตีเกราะด้วยมือจะเสร็จทัน และตัดสินใจไปกับแนวทางที่เห็นในภาพยนตร์นั่นเอง


การตีความของโนแลน จาก ‘ประวัติศาสตร์’ หรือ ‘ตำนาน’ ?

ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ โนแลนได้อธิบายว่า เครื่องแต่งกายทุกชิ้นใน ‘The Odyssey’ ไม่ได้เกิดจากการเดาสุ่ม แต่ผ่านการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีอย่างละเอียด แม้จะใช้ข้อมูลกรีกยุคสำริดแค่เพียงบางส่วนก็ตาม 

เขายกตัวอย่างเกราะสีดำของ ‘Agamemnon’ ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากหลักฐานของบรอนซ์รมดำที่มีการค้นพบจริง พร้อมเลือกใช้วัสดุและรายละเอียดที่ดูหรูหรา เพื่อสะท้อนฐานะของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ มากกว่าจะยึดติดกับรูปแบบของโบราณวัตถุเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ โนแลนยังเลือกผสมผสานองค์ประกอบจากทั้งยุคไมซีนีและยุคของโฮเมอร์ เพราะมองว่างานศิลปะในสมัยโฮเมอร์เองก็เป็นการตีความอดีตผ่านสายตาของผู้คนในยุคนั้นเช่นกัน

อีกเหตุผลสำคัญคือ โนแลนพยายามสร้างโลกของมหากาพย์ในแบบที่เขาจินตนาการ เขาเคยเปิดเผยว่า ภาพจำเกี่ยวกับวีรบุรุษกรีกของเขาได้รับอิทธิพลจากยุคฮอลลีวูดที่เรียกว่า ‘Sword-and-Sandal Era’ เช่นจากภาพยนตร์ THE 300 SPARTANS ซึ่งอธิบายอะไรได้เยอะทีเดียว

เพราะภาพยนตร์ในยุคนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับความถูกต้องทางประวัติศาสตร์มากนัก แต่เน้นสร้างภาพของวีรบุรุษที่สง่างาม ทรงพลัง และน่าจดจำ จนกลายเป็นภาพจำของ ‘ฮีโร่กรีก’ สำหรับผู้ชมหลายรุ่นนั่นเอง


แรงบันดาลใจแของโนแลน

‘Ray Harryhausen’ นักสร้างเทคนิคพิเศษระดับตำนานผู้สร้าง ‘Jason and the Argonauts’ คือฮีโร่ในวัยเด็กของโนแลน สไตล์ภาพส่วนใหญ่ของ ‘The Odyssey’ จึงเป็นเสมือนจดหมายรักที่ส่งถึงเขาโดยตรง หมวก Corinthian บนศีรษะของ Matt Damon ก็คือหมวกแบบเดียวกับที่ฮอลลีวูดใช้กับวีรบุรุษกรีกมาตลอดกว่า 60 ปี ซึ่งโนแลนเลือกใช้มันด้วยความตั้งใจ

สำหรับการดีไซน์คาแรคเตอร์ที่โนแลนเลือกใช้ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน เขาเผยว่า ในช่วงแรก เขาเคยคิดจะสร้างฉากที่มีนักแสดงรับบทเป็น เหล่าเทพบนท้องฟ้า (Gods) ขว้างสายฟ้าลงมายังโลกมนุษย์ แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจ ไม่ใช้คนแสดงเป็นเทพเจ้าแบบเป็นตัวตนโดยตรง

เขาเลือกให้พลังของธรรมชาติเป็นตัวแทนของการปรากฏตัวของเทพเจ้าแทน เป็น ‘เทพเจ้าที่มนุษย์มองไม่เห็น’ เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสโลกในมุมมองเดียวกับตัวละคร

โนแลนกล่าวต่อว่า “เสน่ห์ของภาพยนตร์ โดยเฉพาะการถ่ายทำด้วย IMAX คือมันสามารถพาผู้ชมเข้าไปอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์นั้นได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นพายุ คลื่นทะเลอันบ้าคลั่ง หรือลมที่โหมกระหน่ำ ผมอยากให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนเรือลำนั้น รู้สึกหวาดกลัวมหาสมุทร และความพิโรธของโพไซดอนเหมือนกับตัวละคร สำหรับผม นั่นทรงพลังกว่าการแสดงภาพของเทพองค์ใดองค์หนึ่งเสียอีก” 


การตีความ ‘ทะเล’ ที่อยู่บนชุดเกราะ

ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ คุณ OLA SZMIDT ได้เขียนลงบนช่องทาง Substack ได้อย่างน่าสนใจด้วยหลักการด้านการแพทย์แผนจีนและฝังเข็มว่า จากชุดในโปสเตอร์หลักของภาพยนตร์ เขามองเห็น “กระดูกสันหลังสีทอง” ที่พาดอยู่กลางแผ่นหลังของนักรบ และชื่นชมผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เพราะแนวสันหลังและคอที่ถูกเน้นไว้พาดผ่านบริเวณซึ่งในศาสตร์ฝังเข็มถือเป็นจุดสำคัญที่สุดของร่างกาย ทั้งในแง่ของพลังงาน ความทรงจำ และจิตใจ

ซึ่งคุณ Ellen Mirojnick ผู้ออกแบบคอสตูมเองก็ได้แชร์ลงบทความนี้บนช่องทาง Instagram story ของเธอด้วย

มหากาพย์เรื่องนี้คือการเดินทางฝ่าทะเลอันโหดร้ายเพื่อกลับบ้าน ขณะที่ในศาสตร์ฝังเข็ม บริเวณต้นคอและฐานกะโหลกคือที่ตั้งของสิ่งที่เรียกว่า “สามทะเล” ได้แก่ Sea of Marrow (ทะเลแห่งไขกระดูก) ศูนย์กลางของสมอง ความทรงจำ และความคิดสร้างสรรค์, Sea of Qi (ทะเลแห่งชี่) แหล่งพลังชีวิต และ Sea of Blood (ทะเลแห่งโลหิต) ที่เชื่อมโยงกับพลังและมรดกจากบรรพบุรุษ

นอกจากนี้ก็ยังสามารถตีความแบบเปรียบเปรย เปรียบเทียบจุดฝังเข็มสำคัญ กับเหตุการณ์ที่โอดิสซีอุสต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเสียงล่อลวงของไซเรน พายุจากเทพแห่งสายลม หรือการเดินทางสู่ยมโลก ราวกับตำนานของโฮเมอร์สามารถอ่านผ่านแผนที่ของร่างกายมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะสิ่งนี้จะเป็นความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เห็นได้ว่าผู้ชมสามารถตีความผ่าน ‘ภาษาภาพ’ ได้หลากหลายรูปแบบ


การเล่าเรื่องในมุมมองของนักแสดงและผู้ออกแบบ

แม้เครื่องแต่งกายใน ‘The Odyssey’ จะถูกตั้งคำถามเรื่องความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ แต่มุมมองของนักแสดงกลับสะท้อนอีกด้านหนึ่งของการออกแบบ 

Matt Damon กล่าวถึงบทภาพยนตร์ของโนแลนว่า “บทภาพยนตร์มีทิศทางที่ชัดเจนมากว่าเขาต้องการทำอะไร เขาซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับของโฮเมอร์อย่างมาก เพราะโฮเมอร์ไม่ใช่คนที่คุณจะเอามาเขียนใหม่ได้ แต่สิ่งที่เขาเลือกตีความในเชิงประเด็นและธีมนั้นน่าสนใจมาก”

แนวคิดนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านงานออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละคร ‘Penelope’ ที่รับบทโดย ‘Anne Hathaway’ เธอให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่เธอประทับใจที่สุดคือเหตุผลเบื้องหลังการออกแบบ “Penelope สวมเสื้อผ้าสีสดและจัดแต่งทรงผมอย่างงดงาม เพราะเธอไม่ได้อยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ทุกวันอาจเป็นวันที่ Odysseus จะกลับบ้าน” จะเห็นว่ารายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออ้างอิงประวัติศาสตร์ แต่เพื่อสะท้อนอารมณ์ของคาแรคเตอร์เป็นหลักด้วย

ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย Ellen Mirojnick เปิดเผยว่า เธอให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นผิวและรายละเอียดของเครื่องแต่งกายทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นผ้าลินิน หนัง เกราะ หรือรองเท้า เพื่อให้ดูเหมือนผ่านการใช้งานจริงในประวัติศาสตร์ และต้องดูได้อารมณ์ขณะที่การถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพราะมันช่วยสร้างบรรยากาศของมหากาพย์โบราณให้เข้มข้นมากขึ้น สะท้อนถึงความพิถีพิถันและงานฝีมือที่ทุ่มเทให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย


เมื่อมองจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญย่อมมีเหตุผลที่จะชี้ว่าเครื่องแต่งกายใน ‘The Odyssey’ หลายชิ้นไม่สอดคล้องกับยุค แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้กำกับอย่างโนแลนเองก็ไม่เคยตั้งใจสร้างภาพยนตร์ที่จำลองประวัติศาสตร์ทั้งหมด ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่ว่า “ใครถูกหรือใครผิด” แต่เป็นว่า เรากำลังใช้มาตรฐานแบบไหนในการตัดสินภาพยนตร์เรื่องนี้ เราคาดหวังให้มันเป็นเล่างานประวัติศาสตร์ หรือเป็นการตีความมหากาพย์ผ่านสายตาของผู้กำกับคนหนึ่ง

มีคลิปวีดีโอหนึ่งบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่สรุปประเด็นนี้ได้อย่างน่าสนใจว่า

“Movies are not museums. They’re about silhouettes, movement, and myth. Nolan didn’t try to recreate an archaeology textbook. He tried to make these characters feel iconic, powerful, and cinematic.”

“ภาพยนตร์ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นศิลปะที่ว่าด้วยรูปลักษณ์ เส้นสาย การเคลื่อนไหว และตำนาน โนแลนไม่ได้ตั้งใจจำลองประวัติศาสตร์ให้เหมือนตำราโบราณคดี แต่เขาต้องการทำให้ตัวละครเหล่านี้มีภาพจำ ทรงพลัง และมีความเป็นภาพยนตร์”

และสุดท้าย ขอทิ้งท้ายด้วยบทสัมภาษณ์ของโนแลนว่า “เมื่อคุณสร้างภาพยนตร์ คุณจำเป็นต้องสร้างโลกทั้งใบที่สมบูรณ์และมีความสอดคล้องในตัวเอง นั่นหมายความว่าคุณกำลังสร้างการตีความของตัวเองจากข้อมูลที่มีอยู่ และยึดมั่นกับการสร้างโลก (world-building) ในแบบของคุณเองด้วย”



บทความโดย Tuatan Chote

source:

https://www.foxnews.com/entertainment/every-controversy-surrounding-christopher-nolans-odyssey-casting-costumes

https://www.thevoiceoffashion.com/intersections/features/the-material-world-of-the-odyssey-6710

https://www.facebook.com/jrauseo/posts/i-cannot-believe-how-bad-the-costume-design-is-in-the-odyssey-does-no-one-care-a/1006441905587625

https://www.newsweek.com/entertainment/odyssey-costumes-fallout-christopher-nolan-film-11266358

https://www.instagram.com/p/DaoSxItkeho/

@leonineel

People wanted historically accurate Odyssey costumes… until they saw what Bronze Age warriors actually looked like 🥴 Pig-tooth helmets. Bronze tanks. Zero drip. Cinema vs history — you decide. #theodyssey #christophernolan #filmtok #odyssey

♬ In Your Mind – Ganger Baster



© 2021 Art of. All rights reserved.

  083-138-5607
contact@artofth.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save