Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

ถอดรหัสงานเขียนของ ‘Uketsu’ ทั้งบ้าน แผนที่ และรูปภาพวิกลปริศนา

ย้อนกลับไปในปี 2020 มีคลิปวิดีโอสุดไวรัลในประเทศญี่ปุ่นบนช่องยูทูบชื่อ ‘อุเก็ตสึ’ มีเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาฯ ของบ้านประหลาดหลังหนึ่ง ก่อนที่ในปีถัดมาจะถูกพัฒนาและต่อยอดเป็นหนังสือในชื่อ ‘บ้านวิกลคนประหลาด’ ที่จุดเด่นคือการพาไปสำรวจและไขความลึกลับผ่าน ‘ผังบ้าน’ ที่ซ่อนปมปริศนาบางอย่างเอาไว้ สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุกว่า 8.5 ล้านเล่มในประเทศญี่ปุ่น และยอดขายกว่า 1 ล้านเล่มในไทย

จากกระแสการตอบรับที่ดีของบ้านวิกลฯ ทำให้อุเก็ตสึต้องเพิ่มระดับความท้าทายของปมปริศนาเข้าไปอีก จึงทำให้หนังสืออย่าง ‘บ้านวิกลคนประหลาด เล่ม 2’ และหนังสือ ‘ภาพวาดปริศนากับการตามหาฆาตกร’ มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่มากขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์การดำเนินเรื่องโดยใช้ ‘ภาพ’ เป็นสื่อในการเล่าเรื่องเช่นเดิม

หลังจากที่แฟนชาวไทยต้องรอคอยกันมาสักพักใหญ่ ตอนนี้ผลงานใหม่ลำดับที่ 4 ของ ‘อุเก็ตสึ’ ได้รับการแปลไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับผลงานที่มีชื่อว่า ‘แผนที่วิกลคนวิปลาส’ โดยผลงานชิ้นนี้สามารถคว้าอันดับ 1 หนังสือขายดีประจำสัปดาห์แรกบนชาร์ต JAPAN Book Hot 100 ที่เป็นชาร์ตของ Billboard Book Charts ในประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งเนื้อหายังคงเป็นการสานต่อเรื่องราวจากซีรีส์เดิมของบ้านวิกลฯ โดยจุดเด่นของปมปริศนาในครั้งนี้ คือสิ่งที่ปรากฏอยู่บนแผนที่โบราณ ซึ่งเป็นภาพวาดของเหล่าปีศาจปริศนาน่าสะพรึงกลัว

สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดในผลงานของอุเก็ตสึคือการใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘Found Footage’ มาประกอบไปกับการเล่าเรื่อง โดยทุกคนสามารถเจอ Found Footage ได้แทบจะทุกหน้ากระดาษในหนังสือของเขา จะต่างกันแค่รูปแบบของธีมที่ใช้นำเสนอซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปในแต่ละเล่ม


Found Footage คืออะไร ?

Found footage เป็นรูปแบบหนึ่งของการบันทึกร่องรอยการกระทำ เหตุการณ์ หรือเครื่องแสดงที่ใช้ในการยืนยันข้อเท็จจริง จะต้องเป็นเป็นสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น เช่น บันทึก จดหมาย ไฟล์วิดีโอ ไฟล์ภาพถ่าย ไฟล์เสียง ภาพวาด แผนผัง แผนที่ รวมไปถึงข่าว 

Found Footage มักจะถูกใช้เป็นเบาะแสหรือหลักฐานในการเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้คนดูเชื่อและอินไปกับเนื้อเรื่องมากขึ้นด้วย ซึ่งวิธีนี้ที่มักพบได้บ่อยในงานภาพยนตร์

ตัวอย่างเช่น การใช้ Footage ล้วนๆ เล่าเรื่องของ Backrooms ในช่องยูทูบ

วันนี้ Art of จะพาไปสำรวจและไขความลับของ Found Footage ที่ปรากฎอยู่ในหนังสือของอุเก็ตสึ เปิดโปงเรื่องราว จิตวิทยาและคำลวงที่ซ่อนอยู่ในหนังสือของเขาไปด้วยกัน

*หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในหนังสือ


นักเขียนประหลาดผู้หลงไหลใน Found Footage

อุเก็ตสึ หรือ Uketsu เป็นบุคคลปริศนาไม่ระบุเพศ สวมหน้ากากขาวกับชุดรัดรูปสีดำ โดยเขาเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะของยูทูบเบอร์ ซึ่งคอนเทนต์ส่วนใหญ่ในช่องของเขา จะเป็นการแสดงจำลองสถานการณ์กับคดีสมมุติบางอย่างและในบางครั้งเขาก็มีบทบาทเป็นนักแต่งเพลงด้วย

จุดเด่นของอุเก็ตสึที่เขามีมาตลอดไม่ว่าจะในฐานะนักเขียนหรือยูทูบเบอร์คือ การใช้ Found Footage เป็นองค์ประกอบในการเล่าเรื่องอยู่เสมอ วิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ถูกเรียกว่า ‘Mockumentary’ ซึ่งเป็นส่วนผสมการเล่าเรื่อง ‘แบบสมมติ’ ให้อยู่ในรูปแบบของสารคดี ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบหนึ่งที่มักใช้ในงานภาพยนตร์ โดยเฉพาะแนวสยองขวัญ และเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในงานวรรณกรรมสืบสวนสมัยใหม่

ลักษณะที่สำคัญของงาน Mockumentary นอกเหนือจากการใช้ Found Footage คือการดำเนินเรื่องแบบ Q&A เหมือนบทละครเวที คล้ายฟังบันทึกบทสนทนาของคนคุยกัน 

ตัวอย่าง Found Footage จาก เว็บบล็อก 【ホラーミステリー】あの日、彼らは何をした ที่เขียนโดยอุเก็ตสึ

เมื่อนำวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้มาใช้กับงานเขียน ก็สามารถช่วยดึงความสนใจของนักอ่านให้โฟกัสแต่กับสิ่งสำคัญและลดความสับสน เมื่อปริศนาถูกทำให้เข้าใจง่าย จึงเลยช่วยให้การอ่านลื่นไหลกว่าเมื่อเทียบกับผลงานสืบสวนเรื่องอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน

ภาพประกอบและบทสนทนาในหนังสือบ้านวิกล คนประหลาด เล่ม 1


อิทธิพลของยุคโชวะถูกซ่อนไว้อย่างเงียบๆ ใน งานเขียนของอุเก็ตสึ

ในหนังสือบ้านวิกลคนประหลาด ปริศนาหลักคือ ‘แปลนบ้าน’ ที่ชวนให้รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เช่น ช่องปริศนาในกำแพงบ้าน หรือโถงทางเดินยาวที่หาประโยชน์การใช้งานไม่ได้ ก่อนที่เราจะมารู้ภายหลังว่าสาเหตุของความลึกลับเหล่านั้นมีต้นเหตุจาก ‘ลัทธิ’ ของกลุ่มคนที่มีความเชื่อวิกลจริต ไร้มนุษยธรรม

หากเทียบกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น งานของอุเก็ตสึมักมีฉากหลังอยู่ในยุคโชวะ ซึ่งเมื่อนำช่วงเวลาดังกล่าวมาเทียบในส่วนของเนื้อหา จะพบว่าตรงกับช่วงเวลาที่ ‘ลัทธิ’ เริ่มเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมของคนญี่ปุ่นอย่างรุนแรง

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงพัฒนาประเทศ เร่งพัฒนาทั้งระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทว่าในมุมกลับกันนั้น สภาพจิตใจของผู้คนกลับดิ่งลงอย่างน่าตกใจ เพราะคนส่วนใหญ่ตามความเจริญก้าวหน้าไม่ทัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางใจครั้งใหญ่ ผู้คนจึงพากันแสวงหาที่พึ่งทางใจ ทำให้ลัทธิมากมายเกิดขึ้นตามมาด้วย

แต่ในเวลาต่อมา ลัทธิเหล่านี้กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ผ่านแรงศรัทธาของผู้คน และเริ่มชักนำไปในทางที่ผิด จนถึงขั้นสามารถทำให้คนปกติลุกขึ้นมาก่ออาชญากรรมได้ อย่างกรณี ‘ลัทธิโอมชินริเกียว’ ที่ปล่อยแก๊สพิษซารินในรถไฟใต้ดิน สร้างความสูญเสียและมีผู้บาดเจ็บนับพันคน ความบิดเบี้ยวในยุคสมัยนี้นี่เองที่เป็นวัตถุดิบสำคัญที่อุเก็ตสึหยิบมาใส่ในหนังสือของเขาด้วย


การใช้สิ่งที่คนคุ้นเคยมาประกอบเป็นปริศนา

อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญที่ปรากฏอยู่ในหนังสือของอุเก็ตสึทุกเล่ม คือการหยิบ ‘ประสบการณ์ร่วม’ ของคนอ่าน มาใช้ในการออกแบบปริศนา ไม่ว่าจะเป็นแปลนบ้าน แผนที่ หรือภาพวาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นดีไซน์ที่เราสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

แต่สิ่งที่ทำให้โครงสร้างการเล่าเรื่องของเขาทรงพลังขึ้นไปอีกระดับ คือการผูกปมปริศนาเข้ากับสถาบันครอบครัว เป็นเสมือนกระจกบานใหญ่ที่ใช้สะท้อนปัญหาทางสังคมของญี่ปุ่น

อย่างภาพนี้ซึ่งเป็นปริศนาลำดับแรกๆ ในหนังสือภาพวาดปริศนากับการตามหาฆาตกร ถูกวาดด้วยดินสอประกอบด้วยลายเส้นยึกยือเหมือนเด็กวาด ภายในภาพมีสมาชิกครอบครัวไล่เรียงกันไปตั้งแต่ เด็กทารก ไปจนถึงหญิงชรา กลไกของการไขปริศนานี้ คือต้องนำภาพแต่ละใบมาวางซ้อนทับกันตามลำดับ

ทันทีที่ภาพซ้อนกันอย่างสมบูรณ์ ภาพในตอนแรกที่เดิมก็ดูหมดหมองอยู่แล้ว กลับมีข้อความสุดสยองเปิดเผยออกมา เป็นภาพของโศกนาฏกรรมการนองเลือดที่ถูกกระทำด้วยน้ำมือของคนในครอบครัวเอง

อีกหนึ่งตัวอย่างจากหนังสือเล่มเดียวกัน เป็นภาพวาดที่ประกอบไปด้วย รูปบ้าน รูปเด็กผู้หญิง และรูปต้นไม้ โดยภาพนี้ต้องใช้หลักจิตวิทยา House – Tree – Person มาใช้ประกอบกับการตีความ  ซึ่งหลักจิตวิทยาดังกล่าวมักถูกใช้ในการทำศิลปะบำบัดเพื่อวิเคราะห์สภาพจิตใจในเด็กเล็กผ่านภาพวาด อยากลองชวนมาไขปริศนากันเล่นๆ ว่าดูออกกันไหมว่าภาพนี้กำลังสื่ออะไร

ตัวอย่างของหลักจิตวิทยา House – Tree – Person ซึ่งใช้ในการวิเคราะห์สภาพจิตใจของเด็ก ที่มาอ้างอิงจากงานวิจัย


เปิดตำนานขบวนการร้อยอสูร ในแผนที่วิกล

มาถึงภาพปริศนาจาก ‘แผนที่วิกล คนวิปลาส’ หนังสือเล่มล่าสุด ภาพวาดของเหล่าปีศาจอันน่ากลัวที่เหมือนว่ากำลังอาศัยในของตัวภูเขาบนแผนที่อันนี้ โดยเชื่อว่าแรงบันดาลใจสำคัญของภาพวาดนี้มาจากตำนาน ‘ขบวนการร้อยอสูร’

‘ขบวนการร้อยอสูร’ เป็นตำนานที่พูดถึงขบวนพาเหรดของเหล่าปีศาจร้อยตน ออกมาเดินเตร่ในยามวิกาล เชื่อกันว่าหากใครพบเห็นจะเกิดโชคร้าย โดยอสูรผู้นำขบวนแต่ละตำนานก็จะแตกต่างกันไป

โดยความเชื่อเรื่องปีศาจถือกำเนิดขึ้นจากการผูกเรื่องราวในสมัยก่อนหลายร้อยปีมาแล้ว เพื่อเตือนให้ผู้คนตระหนักถึงความปลอดภัยก่อนที่จะเดินทางเข้าไปหาของในป่าหรือขึ้นไปบนภูเขา

ก่อนที่ในเวลาต่อมาเหล่าศิลปินจะหยิบยกเรื่องราวของปีศาจมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ ทำให้ความหมายของเหล่าปีศาจเริ่มเปลี่ยนแปลงไปด้วย จากเดิมที่เคยใช้หลอกผู้คนให้หวาดกลัว ปัจจุบันเหล่าปีศาจเริ่มกลายมาเป็น Pop culture สำคัญที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น ถูกนำไปใส่ไว้ในหนัง อนิเมะ เกม หรือในงานเขียนวรรณกรรมต่างๆ

ภาพวาดขบวนการร้อยอสูรที่คาดว่าเก่าแก่ที่สุด คือม้วนภาพที่มีชื่อว่า Hyakki Yagyō Emaki วาดโดย Tosa Mitsunobu เมื่อราวๆ ปีค.ศ. 1434-1525

แต่ภาพวาดที่มีชื่อเสียงในเรื่องเอกลักษณ์ของความเป็นขบวนร้อยอสูรชัดที่สุด คือม้วนภาพจากชุด Shinjuan Collection อยู่ที่ วัดไดโทคุจิ ซึ่งวาดโดย Mochizuki Gyokusen  


เว็บบล็อกลับของอุเก็ตสึ

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่านอกเหนือจากหนังสือขายดีและคลิปวิดีโอสุดแปลกบนยูทูบแล้ว อุเก็ตสึยังมีคลังสมบัติลับอีกหนึ่งอย่าง นั้นคือเว็บบล็อกที่เขาใช้ลงผลงานสืบสวนสอบสวนเรื่องอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่ยังไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน

เรื่องคดีหลอนที่อยู่ในเว็บบล็อกนี้ ยังคงเปี่ยมไปด้วยลายเซ็นและสไตล์การเล่าเรื่องในแบบของอุเก็ตสึอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการใช้ Found Footage ปมปริศนาที่ขัดกับตรรกะ ตัวอย่างคดีที่น่าสนใจ เช่น แฟ้มคดีปริศนาที่พูดถึงเหตุฆาตกรรมกับภาพถ่ายของครอบครัวซึ่งเบาะแสคือเงามืดหลังผ้าม่าน หรือปริศนาเกี่ยวกับ AI ที่เนื้อเรื่องเป็นการกล่าวถึงภาพเจเนอเรตที่ดูปกติเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้

หากใครกำลังเฝ้ารอคอยผลงานเล่มถัดไปเหมือนกัน ขอเชิญชวนให้เข้ามาลองสำรวจเว็บบล็อกนี้กันก่อนได้เลย แล้วมาลองเดากันดูว่า ปริศนาชิ้นต่อไปที่อุเก็ตสึจะหยิบมาเขย่าขวัญพวกเรา จะถูกดีไซน์ผ่าน Found Footage ในรูปแบบไหนได้อีก

ลองเข้าไปอ่านเว็บบล็อคของอุเก็ตสึกันได้ที่ https://omocoro.jp/writer/uketsu


บทความ: รณกร หนูจีนเส้ง



© 2021 Art of. All rights reserved.

  083-138-5607
contact@artofth.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save