ถอดความหมายแสงสว่างในสถานีรถไฟ ! พลังงานที่นำทางทุกช่วงวัยให้เจิดจรัส ใน MV พิเศษ ‘เจิดจรัส ชัชวาล’ ครบรอบ 48 ปี ปตท.
“อะไรคือแสงไฟนำทางชีวิตของคุณ ?”
จากคำถามสั้นๆ แต่คำตอบของแต่ละคนคงออกมาไม่เหมือนกัน แม้แต่ตัวเราเองหากลองย้อนมองเรื่องราวที่ผ่านมา ก็อาจจะมีคำตอบที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของชีวิต
เรื่องราวของ ‘พลังงาน’ ที่ขับเคลื่อนชีวิตในแต่ละช่วงวัย ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในโอกาสพิเศษครบรอบ 48 ปี ปตท. ผ่าน MV ‘เจิดจรัส ชัชวาล’ ชวนให้เราได้ย้อนทบทวนว่าตลอดเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา เราถูกขับเคลื่อนมาด้วยสิ่งใดบ้าง
ใน MV มีเนื้อหาและ Easter Eggs ที่ซ่อนอยู่หลายจุด เลยอยากชวนไปวิเคราะห์ MV พร้อมใช้โอกาสนี้ตั้งคำถามกับตัวเองไปพร้อมๆ กับเนื้อเพลงว่า
“ท่ามกลางความมืดมิด ทุกครั้งที่โลกดูมืดหม่น
อะไรคือแสงไฟที่ไม่เคยจะดับ แสนไกลก็ยังเจิดจรัส
อะไรคือพลังงานที่เราต้องการ ?
อะไรคือไฟที่ช่วยนำทางเราในยามวิกาล ?”
เปรียบสถานีรถไฟเหมือน ‘สถานีชีวิต’ เชื่อมโยงช่วงเวลา อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต

เมื่อพูดถึง ‘เส้นทางชีวิต’ ใน MV นี้ได้เลือก Setting เป็นสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นสัญญะที่ทรงพลังของการเดินทาง เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งการตัดสินใจ การรอคอย การพบเจอ และการจากลา
ชานชาลานี้จึงเป็นเหมือน ‘สถานีชีวิต’ เป็นพื้นที่ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่ผู้คนหลากหลายวัย หลากหลายความฝัน ได้ทบทวนเรื่องราวในอดีตถึงรถไฟขบวนก่อนหน้าที่เคยนั่งมาก่อน รวมถึงเป็นสถานที่ให้ได้ตัดสินใจเลือกรถไฟขบวนถัดไป ว่าอะไรคือพลังงานที่เขาจะให้ความสำคัญต่อจากนี้ พร้อมที่จะเดินทางไปพบเจอกับเรื่องราวในบทใหม่ของชีวิต
แสงที่นำทางให้ตลอดเส้นทางชีวิต
ในแง่ของภาพ Visual ที่สื่อสารออกมา ภาพเปิดคือชายกลางคนในชุดสูท นั่งอยู่กลางสถานีรถไฟ มีแสงสว่างจากด้านหลังครึ่งวงกลม สะท้อนเงาลงบนพื้นอีกครึ้งหนึ่งจนครบเต็มวง ภาพแสงสะท้อนวงกลมนี้เปรียบกับเส้นทางชีวิต เหมือนนาฬิกาที่เดินไปจากวัยเด็กจนแก่ บางช่วงชีวิตมีแสงไฟร้อนแรงจาก Passion พาเราพุ่งไป บางช่วงชีวิตที่ยากลำบากก็ยังมีแสงเล็กสะท้อนเล็กๆ ให้เห็นเงาช่วยนำทาง

ฉากนี้ยังแอบซ่อน Easter Egg เป็นชานชาลาหมายเลข 48 เปรียบเหมือนเส้นทางชีวิตของชายวัยกลางคนในชุดสูท ที่กำลังจะเดินทางไปยังเส้นทางของช่วงวัย 48 ปี ซึ่ง
ในมุมของ ‘ปตท.’ ที่ครบรอบ 48 ปี จึงสามารถยึดเอา MV นี้เป็นเหมือนหมุดหมาย ให้ทบทวนว่าตลอดเส้นทาง 48 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้เป็นพลังงานที่เติบโตร่วมกับสังคมไทยมาอย่างไร และพร้อมเป็นแสงไฟนำทางต่อไปในอนาคตอย่างไรบ้าง
‘แสงนำทาง’ ของแต่ละช่วงวัย พลังงานที่จุดประกายไฟชีวิตให้โชติช่วงชัชวาล

หากใครดูจบคงตีความได้ไม่ยากว่าทุกตัวละครใน MV คือชายกลางคนใส่ชุดสูทในหลากหลายช่วงวัย ซึ่งต่างมีแสงไฟนำทางคนละดวง มีพลังงานที่ขับเคลื่อนชีวิตคนละแบบ
ขบวนรถไฟ 10 ปี
หากอ้างอิงจากชายใส่สูทด้วยอายุ 48 ปี จะสามารถตีความเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงวัยได้ดังนี้
- เด็กชายอายุ 8 ขวบกับ ‘ไฟฉาย’ ที่ส่องหาเส้นทางเปรียบเหมือนวัยที่กำลังค้นหาตัวตน ทางข้างหน้าเต็มไปด้วยสิ่งยังที่ไม่เคยพบเห็น ได้ทดลองวาดรูป ไปจนถึงการได้พบสุนัขและนำมาเลี้ยง ก็เปรียบเหมือนการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ต้องดูแลทำความเข้าใจในชีวิต
- วัยรุ่นอายุ 18 ปี ที่มาพร้อมสไตล์ความเป็นตัวเอง ใส่หูฟังเล่นกีตาร์ไฟฟ้าอยู่ในโลกของตนเอง ทุ่มเทให้กับสิ่งที่รัก ได้พบเจอเพื่อนที่เข้ามาเติมเต็ม และหล่อหลอมช่วงวัยให้ไปข้างหน้า
- วัยทำงานอายุ 28 ปี เปิดตัวด้วยความเร่งรีบราวกับว่าต้องถูกผลักให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความฝันและอนาคตของตนเองคอยนำทาง ใช้ชีวิตอยู่กับแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ ทำงานทุ่มเทเพื่อความมั่นคงในเส้นทางข้างหน้า
- วัย 38 ปีเริ่มมีครอบครัวที่ต้องดูแล เมื่อแสงไฟนำทางไม่ได้เกิดจากตนเอง แต่เกิดจากคนที่รักที่เป็นแรงผลักดัน ลูกสาวและแหวนแต่งงานในอ้อมกอดกลายเป็นพลังงานของชีวิต

ชีวิตคือการเดินทางระยะยาว
แม้ MV จะเล่าผ่านความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ 10 ปี แต่ในชีวิตจริงทั้งชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตส่งอิทธิพลไปถึงการตัดสินใจในอนาคต
ใน MV จึงจะเห็นซีนที่แสดงถึงความเชื่อมโยงของช่วงวัยก่อนหน้าอยู่เสมอ เช่นภาพล็อคหน้าจอโทรศัพท์รูปสุนัขในวัย 18 ปี หรือภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์รูปกีตาร์ไฟฟ้าในวัย 28 ปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราเก็บเอาความรัก ความฝัน ขึ้นขบวนรถไฟใหม่ๆ มาด้วยเสมอ



‘48 ปี’ เหมือนครึ่งชีวิต ตัวแทนช่วงวัยที่รากฐานมั่นคง พร้อมก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ใน MV นี้ เลือกใช้ชายวัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาซักครึ่งชีวิตในวัย 48 ปี เป็นตัวแทนที่บอกเล่าเรื่องราว แสงไฟนำทางของช่วงวัยนี้จึงไม่ใช่สิ่งของ หรือเป้าหมายใหม่ที่ต้องดิ้นรนวิ่งตามหา แต่คือทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาที่หล่อหลอมและประกอบร่างเป็นเราในปัจจุบัน
การย้อนทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยรอยยิ้มและแววตาที่มองด้วยความเข้าใจ เปรียบเสมือนการทบทวนรากฐานชีวิตที่ถูกสร้างมาอย่างมั่นคง จากความไร้เดียงสา สู่ความมุ่งมั่น เพิ่มเติมความรับผิดชอบ พร้อมวางแผนครั้งใหม่ออกเดินทางไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ตัวแทนของกาลเวลาที่เคียงข้างคนไทย
ชายวัย 48 ปีในเรื่อง ยังถูกใช้เป็นตัวแทนเพื่อเชื่อมโยงถึง ปตท. ที่เดินทางก้าวเข้าสู่ปีที่ 48 เช่นเดียวกัน การเล่าเรื่องผ่านจังหวะชีวิตของคนธรรมดา เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า พลังงานของ ปตท. ไม่ได้มีแต่มิติใหญ่ๆ อย่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือประเทศ แต่เป็นแสงไฟเล็กๆ ที่อยู่เคียงข้างทุกช่วงชีวิตของคนไทยเสมอมา
และแน่นอนว่า 48 ปีเป็นแค่หนึ่งในหมุดหมาย แต่พลังงานนี้จะยังคงเป็นแสงไฟนำทาง เพื่อส่งต่อความยั่งยืนไปสู่อนาคตของคนรุ่นต่อๆ ไป

เราเองก็เป็น ‘แสงไฟนำทาง’ ให้ลูกสาวที่มีพ่อเป็นพลังงานชีวิต

นอกจากเรื่องราวของชายวัย 48 ปี เรายังได้เห็นเรื่องราวของ ‘ลูกสาว’ ที่สอดแทรกมาให้เห็น ในวัยเด็กที่มี ‘พ่อ’ เป็นแสงไฟนำทาง ก็เติบโตขึ้นมีชีวิตของตนเอง (เห็นฉากที่ลูกสาวโตขึ้นในตอนท้ายของ MV ด้วย) จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าในขณะที่เราทุกคนต่างพยายามตามหาแสงสว่างและพลังงานเพื่อมาขับเคลื่อนชีวิตของตัวเอง ในอีกแง่มุมหนึ่งตัวเราเองก็อาจกำลังเป็นแสงไฟนำทางให้กับใครบางคนอยู่เช่นเดียวกัน
ดังนั้นแต่ละเรื่องราว แต่ละชีวิตย่อมมีเส้นทางที่เชื่อมโยงไปยังผู้คนอื่นๆ อีกด้วย เหมือนกับ ปตท. ที่เป็นพลังงานเชื่อมโยงกับชีวิตของคนไทยมายาวนานถึง 48 ปี

บทสรุปผ่านเพลง เมื่อทุกช่วงชีวิตมีแสงนำทาง เราจะก้าวต่อไปได้เสมอ

สุดท้ายเชื่อว่า MV นี้หลายคนก็คงตีความได้แตกต่างกันไปแล้วแต่ช่วงวัย และประสบการณ์ชีวิตที่มีแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ ปตท. อยากสื่อสารที่สุด คงเป็นการชวนทุกคนทบทวนเรื่องราวชีวิตตนเอง
แม้ในวันที่เหนื่อยที่ท้อ ในทุกๆ สถานีชีวิตอยากให้ทุกคนลองมองหาพลังงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความฝัน, หน้าที่ หรือครอบครัว เมื่อทุกช่วงชีวิตมีแสงนำทาง เราจะก้าวต่อไปได้เสมอ
เหมือนดังบทสรุปที่อยู่ในเนื้อเพลง
“เธอเหมือนกับแสงไฟ ที่ไม่เคยจะดับ
แสนไกล ก็ยังเจิดจรัส
ฉันเห็นเธอเพียงคนเดียวท่ามกลางความมืดมิด
ทุกครั้งที่โลกฉันดูมืดหม่น
เธอเหมือนกับแสงไฟ ที่ไม่ใช่ไฟประดับ
แสนไกล ก็ยังเจิดจรัส
เธอคือพลังงานที่ฉันต้องการ
เธอคือไฟนำทางในยามวิกาล”
