“ศรชัย พงษ์ษา” ศิลปินร่วมสมัยผู้ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยแรงบันดาลใจจากรากเหง้าของตนเอง
ศิลปินไทยร่วมสมัยผู้สร้างสรรค์ผลงานจากรากเหง้าและเรื่องราวชีวิตของตนเอง ในฐานะคนมอญ “ศรชัย พงษ์ษา” นำอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์มาถ่ายทอดผ่านศิลปะจัดวางและสื่อผสมอย่างมีพลัง ผลงานของเขาไม่เพียงสะท้อนตัวตน แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของผู้คนที่หลากหลายในสังคมไทยได้รับการมองเห็นอย่างงดงามและเปี่ยมด้วยความหมาย
UOB Art Around ครั้งนี้ ชวนคุณไปร่วมสำรวจมุมมองของศิลปินผู้ใช้ศิลปะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการเชื่อมโยง ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่หล่อหลอมแนวคิดและการทำงาน พร้อมเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับวงการศิลปะร่วมสมัยและแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์ผลงานในยุคปัจจุบันที่ศิลปะมีพลังในการสร้างความเข้าใจและการเติบโตร่วมกันในสังคม
___

ศิลปะไม่ใช่แค่ภาพ แต่คือบทสนทนากับสังคม
“ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่สมัยเด็ก ผ่านการลอกลายจากภาพสวยๆ ในนิตยสาร” คุณศรชัยกล่าว ในวัยเด็กที่อาศัยอยู่กับพ่อที่ทำไร่เลื่อนลอย ความสุขของเขาอยู่ที่การได้ดูรูปสวยๆ จากนิตยสารการ์ตูน
ศรชัยเริ่มต้นเส้นทางศิลปะผ่านการประกวดผลงานระดับนักเรียน ด้วยความยากจนจึงไม่เคยได้เข้าเรียนกวดวิชาศิลปะอย่างคนอื่น ต้องสั่งสมประสบการณ์จากการสังเกตผลงานของผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ ผ่านการฝึกฝนและลองผิดลองถูก จนผลงานเริ่มเข้าตากรรมการมากขึ้น ทำให้เขารู้แล้วว่าศิลปะคือสิ่งที่เขาทำได้ดี และตัดสินใจยื่นผลงานเพื่อเข้าศึกษาที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
“ในระหว่างที่กำลังหาประสบการณ์อยู่นั้น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมีโครงการให้ทุนกับศิลปินหน้าใหม่ในการเสนอผลงานเพื่อการจัดนิทรรศการ และเลือกตัวแทนไปเยี่ยมชมงานต่างประเทศ” คุณศรชัยเล่าถึงก้าวสำคัญในสายงานศิลปะของตน
นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้เขาหันกลับมาค้นหาแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้ง โดยเริ่มจากการมองกลับไปที่รากเหง้าของตนเอง อย่างความเป็น ‘คนมอญ’ ที่เคยทำให้เขาไม่เป็นที่ยอมรับ

เส้นเชือกสีแดง ที่บอกเล่าความเท่าเทียมของมนุษย์
ในวัยเด็ก เขามักชอบหาวัสดุธรรมชาติมาเล่นสนุก ด้วยนิสัยที่ชอบหยิบจับโน่นนี่มาประดิษฐ์ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ทำให้เขาค้นพบว่า สามารถใช้วัสดุมาต่อยอดในการเล่าเรื่องได้ โดยปกติผู้คนจะคุ้นเคยกับการใช้เชือกในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในหลายศาสนาและความเชื่อ เช่น สายสิญจน์ในศาสนาพราหมณ์ ด้ายแดงในความเชื่อแบบชินโต
ศรชัยจึงเลือกใช้ ‘เชือกสีแดง’ เป็นองค์ประกอบสำคัญในผลงานของตน เขาเชื่อว่าคนทั่วไปจะเข้าถึงเรื่องราวได้ดีผ่านสิ่งที่คนคุ้นเคย เชือกแดงจึงเป็นองค์ประกอบหลักที่อยู่ในผลงานของเขาแทบทุกชิ้น
อย่างในผลงานล่าสุด ‘Diaspora’ (2025) เขายังใช้เชือกนิยามไปถึงเส้นพรมแดน บอกเล่าถึงกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนประเทศ ที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันในเรื่องความเป็นรัฐ ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมาย

‘แรงงาน’ ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ที่ถูกมองข้าม
ในช่วงวัยเด็ก ศรชัยเคยเป็นแรงงานในจังหวัดสมุทรสงคราม ต้องออกหางานทำเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตระหนักว่า การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานเป็นเรื่องยากยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ไร้สัญชาติอย่างตัวเขาเอง
“แรงงานคือพลังขับเคลื่อนประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทยหรือข้ามชาติ แต่ความสำคัญของพวกเขากลับไม่เคยสะท้อนกับสิทธิที่ควรได้รับ” ศรชัยกล่าว
แนวคิดนี้ยังถูกถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะชุด ‘ผีในเมือง/Alien Capital’ (2018) ที่ใช้ ‘นั่งร้าน’ จากไม้ไผ่ผูกเชือกเป็นสัญลักษณ์ สื่อถึงความไม่มั่นคงของแรงงาน ผู้ซึ่งต้องโยกย้ายไปเรื่อยๆ ไม่ต่างจากนั่งร้านในแคมป์ก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพียงชั่วคราว เป็นอีกผลงานศิลปะจัดวางที่ตั้งอยู่ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ศิลปะ หรือ สินค้า? เมื่อมูลค่ากลายเป็นอีกหนึ่งมิติของคุณค่า
ในโลกศิลปะร่วมสมัย เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ งานศิลปะจำนวนมากถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบรับกับบริบทของระบบเศรษฐกิจและความต้องการของตลาดมากขึ้น ทั้งในด้านระยะเวลาการผลิตและความสามารถในการเข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง ศิลปะจึงกลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแนวคิดและมุมมอง มากกว่าการเน้นเพียงทักษะหรือเทคนิคแบบดั้งเดิม
สำหรับศิลปินสาย Fine Art หรือ Contemporary Art อย่างเขา การสร้างสรรค์ผลงานคือการเดินทางที่ลึกซึ้งและใช้เวลา เพื่อถ่ายทอดประเด็นทางสังคมที่มีความซับซ้อนผ่านงานที่มีขนาดใหญ่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้จะไม่ใช่งานที่ขายง่าย แต่กลับมีคุณค่าในสายตาของนักสะสมที่มองเห็นความหมายเบื้องหลังผลงาน กลุ่มบุคคลเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันศิลปินให้เติบโตอย่างมั่นคง
แม้เส้นทางนี้จะมีความท้าทาย แต่เขายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลงานให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ เพื่อยืนหยัดเป็นเสียงหนึ่งในการสะท้อนเรื่องราวของสังคม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่ได้สัมผัสงานของเขา

ทิศทางพัฒนาวงการศิลปะไทย แรงบันดาลใจจากเวทีโลก
“ช่วงที่ผมมีโอกาสไปศึกษาดูงานที่นิทรรศการ Documenta ที่เยอรมนี สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือการสนับสนุนศิลปะของเขา” ศรชัยเล่า
ในหลายประเทศยุโรป ศิลปะได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวและการสร้างภาพลักษณ์ระดับประเทศ การจัดเทศกาลศิลปะจึงได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ทั้งในด้านงบประมาณ การวางแผนล่วงหน้า และการคัดเลือกศิลปินอย่างพิถีพิถัน ซึ่งมักใช้เวลาหลายปีในการเตรียมงาน
ความใส่ใจในรายละเอียดเช่นนี้ ทำให้งานศิลปะในแต่ละปีมีคุณค่าและพลังในการสื่อสารสูงขึ้น กลายเป็นเวทีสำคัญที่ดึงดูดทั้งผู้ชมและศิลปินจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือมืออาชีพ
การเปิดรับแนวคิดจากต่างประเทศเช่นนี้ อาจเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ศิลปินไทยมองเห็นโอกาสในการพัฒนางานและสร้างสรรค์เวทีใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโต

การเดินทางที่ยังคงต้องดำเนินต่อไป
การสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘มนุษยธรรม’ ยังคงเป็นบทสนทนาที่จำเป็นต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศิลปะเปรียบเสมือนสื่อกลางที่เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวในแต่ละยุคสมัย ถูกบอกเล่าผ่านสายตาและความรู้สึกของศิลปิน
ศรชัย พงษ์ษา เลือกจะพูดถึงประเด็นเหล่านี้ผ่านรอยบาดแผลในอดีตอย่างกล้าหาญ ใช้การสื่อสารที่ไม่โผงผางแต่กลับสะกิดใจผู้ชมให้ตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างไม่อาจมองข้าม เป็นดั่งกระบอกเสียงให้ผู้คนที่ยังต้องเผชิญความยากลำบากในสังคมเดียวกับเรา
เรื่องราวชีวิตศิลปินของเขาคนนี้จะเป็นเหมือนภาพสะท้อนพลวัตของสังคม ผ่านมุมมองของคนที่มีพื้นเพแตกต่าง และตั้งคำถามไปยังสิ่งที่ศิลปินไทยต้องเผชิญ และทิศทางที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นในอนาคต
___
อยากอ่านเรื่องอาร์ตแบบเต็มอิ่ม สามารถตามไปที่ UOB Art Around ใน Facebook หรือ Website นี้ได้เลย !
