สัญลักษณ์มงคลในศิลปวัฒนธรรมจีน
ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนี้ UOB Art Around ขอชวนทุกท่านร่วมสำรวจความหมายของสัญลักษณ์มงคลในวัฒนธรรมจีน ผ่านความงดงามของสถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่ออันลึกซึ้ง เพื่อส่งต่อพลังแห่งความเป็นสิริมงคล และต้อนรับการเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นสุข
ความหมายมงคลเหล่านี้มักถูกถ่ายทอดอย่างประณีตผ่านงานศิลป์และวัตถุในชีวิตประจำวัน โดยศิลปินหยิบยกองค์ประกอบจากธรรมชาติ สัตว์ในตำนาน และพรรณพืช มาเป็นสัญลักษณ์แทนพรแห่งความมั่งคั่ง อายุยืนยาว ความเจริญรุ่งเรือง และความโชคดี
___
สิงโต
หนึ่งในสัญลักษณ์มงคลคลาสสิกในศิลปะจีนก็คือ ‘สิงโต’ หรือ ‘สือชื่อ (石獅)’ ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคือ ‘สิงโตสำริดคู่แห่งพระราชวังต้องห้าม‘ ผลงานชิ้นเอกสมัยราชวงศ์หมิงในรัชสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ ซึ่งมิใช่เพียงของประดับ แต่เป็นกลไกสัญลักษณ์กำกับอำนาจและคุ้มครองพระราชฐาน
การจัดวาง ‘สิงโตคู่’ สะท้อนแนวคิด ‘หยิน-หยาง’ อย่างชัดเจน โดยสิงโตตัวผู้จะตั้งอยู่ทางซ้าย (ทิศตะวันออก) เท้าขวาเหยียบลูกโลก หมายถึงอำนาจเหนือปฐพี ส่วนสิงโตตัวเมียจะตั้งทางขวา (ทิศตะวันตก) เท้าซ้ายเหยียบลูกสิงโต หมายถึงการสืบทอดวงศ์ตระกูล
ด้วยความหมายมงคลในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและข่มขวัญปีศาจ การตั้งสิงโตหน้าบ้านช่วงปีใหม่จึงเชื่อว่าช่วยกักเก็บพลังงานดี เพื่ออธิษฐานขอความมั่งคั่งและโชคดีในปีที่กำลังมาถึง

___
หงส์
อีกหนึ่งสัตว์มงคลคลาสสิกคือ ‘หงส์’ หรือ ‘เฟิ่งหวง (凤凰)’ สัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและความสงบสุข เดิมแยกเป็นตัวผู้และตัวเมีย ภายหลังรวมเป็นคำเดียวแทนเพศหญิงคู่กับมังกร สื่อถึงความสมบูรณ์ในชีวิตสมรส ในราชสำนักเฟิ่งหวงเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของฮองเฮา มักปรากฏบนเครื่องประดับและฉลองพระองค์ในเขตพระราชฐานชั้นใน
ช่วงตรุษจีน เฟิ่งหวงสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ที่เปี่ยมความหวัง ด้วยความเชื่อว่าหงส์จะปรากฏตัวเมื่อบ้านเมืองสงบสุข การประดับรูปเฟิ่งหวงจึงเป็นการอวยพรให้ปีใหม่ร่มเย็น นิยมใช้บนซองแดงหรือโคมไฟเพื่อเรียกโชคลาภ สอดคล้องกับความปรารถนาในปีใหม่ที่มุ่งหวังการเริ่มต้นที่สดใสและชีวิตที่ยืนยาว

___
ดอกโบตั๋น
นอกจากสัตว์มงคล ศิลปะจีนยังใช้พืชพรรณสื่อความหมายดี เริ่มด้วย ‘ดอกโบตั๋น (牡丹)’ หรือ ‘ราชาแห่งดอกไม้ (花王)’ สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและเกียรติยศ นิยมมากในราชสำนักในราชวงศ์ถัง สื่อถึงความรุ่งเรืองของบ้านเมืองและความงามของสตรีสูงศักดิ์หรือฮองเฮา
ลาย ‘ดอกโบตั๋น’ เป็นลายมาตรฐานในศิลปะจีน ดังเช่น ‘ถาดลงรักแกะสลักลายดอกโบตั๋น‘ สมัยราชวงศ์หมิง งานฝีมือชั้นสูงที่ต้องทายางรักทีละชั้นนานนับปีกว่าจะได้ความหนาพอแกะสลัก สีแดงสดจากแร่ชาด (Cinnabar) อันเป็นเอกลักษณ์ ลวดลายบนถาดมีความอ่อนช้อย กลีบดอกซ้อนแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์
ในช่วงตรุษจีน ดอกโบตั๋นเป็นพรรณไม้ยอดนิยมสำหรับตกแต่งและมอบเป็นของขวัญ เนื่องจากการผลิบานต้นฤดูใบไม้ผลิสื่อถึงการฟื้นคืนพลัง เชื้อเชิญโชคดีและความสุข ดั่งคำอวยพร ‘ฮัวไคฟู่กุ้ย (花开富贵)’ ดอกไม้บานนำมาซึ่งความร่ำรวย เปรียบเสมือนชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองรับปีใหม่

___
บอนไซ
‘บอนไซ (Bonsai)’ หรือ ‘เผินจิ่ง (Penjing)’ คือศิลปะแห่งการย่อส่วนต้นไม้และภูมิทัศน์ธรรมชาติลงในภาชนะขนาดเล็ก สร้าง “ประติมากรรมมีชีวิต” ผ่านการตัดแต่งกิ่ง ราก และดัดทรงอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติในสัดส่วนที่สมดุล
ศิลปะนี้ถือกำเนิดในจีนมากกว่า 2,000 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง และรุ่งเรืองในราชวงศ์ซ่ง เดิมเป็นของสูงค่าสำหรับชนชั้นสูง โดยนิยมใช้ไม้ตระกูลสนเพื่อสื่อถึงปัญญา ความมั่นคง และความไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิง บอนไซแพร่หลายสู่สังคมกว้างขึ้น และเกิดสำนักศิลป์สำคัญ อย่างเช่นบอนไซในภาพที่ตั้งอยู่ที่ ซูโจว
การจัดวางบอนไซมิใช่เพียงเพื่อความงาม แต่สะท้อนแนวคิดเรื่องความสมดุลแบบเต๋า ความเที่ยงตรงแบบขงจื๊อ และความอดทนตามหลักเซน พรรณไม้แต่ละชนิดยังมีความหมายมงคล เช่น ต้นสนที่สื่อถึงความแข็งแรงและยั่งยืน
ด้วยความหมายเชิงปรัชญาและคุณค่าทางศิลป์ บอนไซจึงเป็นทั้งงานศิลปะเพื่อการผ่อนคลาย และของขวัญแห่งความเป็นสิริมงคลที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

___
ลูกท้อ
นอกจากดอกไม้และต้นไม้แล้ว ‘ลูกท้อ (桃)’ ก็จัดเป็นผลไม้มงคลที่ได้รับความนิยมในศิลปะจีน สัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะและอายุยืนยาว ส่วน ‘ดอกท้อ’ สื่อถึงโชคด้านความรัก และ ‘ผลท้อ’ หมายถึงความอุดมสมบูรณ์และการสืบทอดทายาท
หนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่ใช้เทคนิคการสกัดสีจากดอกกุหลาบ คือ ‘แจกันเครื่องเคลือบลายเก้าลูกท้อ’ ทรง ‘เทียนฉิวผิง (天球瓶)’ (ลูกโลกสวรรค์) ฐานกลมคอยาว กิ่งท้อวาดเลื้อยตามความโค้งดูราวกับสามารถจับต้องผลสุกปลั่งนั้นได้ ‘ลูกท้อเก้าผล’ แทนความเป็นอมตะและเลขจักรพรรดิ คาดว่าสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติขององค์จักรพรรดิ
ช่วงตรุษจีน คนโสดนิยมประดับกิ่งดอกท้อเสริมดวงความรัก และใช้ซาลาเปา ‘ซิ่วท้อ (寿桃)’ ไหว้เจ้าหรือมอบให้ผู้ใหญ่เพื่ออวยพรให้มีอายุยืนยาว เชื่อมโยงกับเทพ ‘ซิ่ว (寿)’ หนึ่งในสามเทพ ‘ฮกลกซิ่ว’ ตัวแทนแห่งดาวอายุยืนผู้ถือลูกท้อสวรรค์และไม้เท้าไม้ท้อที่นิยมประดับบ้าน เพื่อน้อมนำโชคลาภ วาสนา และอายุยืน ให้ชีวิตรุ่งเรืองตลอดปี

___
อยากอ่านเรื่องศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม แบบเต็มอิ่ม สามารถตามไปที่ UOB Art Around ใน Facebook หรือ Website นี้ได้เลย !
