Harry Potter ฉบับซีรีส์โดย HBO กับหัวใจหลักเรื่อง ธรรมชาตินิยม
คิดว่าเวทมนตร์มาจากไหน? ถ้าบอกว่ามาจากธรรมชาติล่ะ? มาทำความรู้จัก ‘ธรรมชาตินิยม (Naturalism)’ กัน หัวใจหลักของซีรีส์ Harry Potter ฉบับของ HBO
นับตั้งแต่ปี 1997 ที่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ (Harry Potter and the Philosopher’s Stone) ได้ถูกตีพิมพ์ออกมา ทั้งโลกก็ตกอยู่ในภวังค์ของโลกเวทมนตร์มาเกือบ 30 ปี ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยหนังสือทั้ง 7 เล่มตีพิมพ์ออกมา รวมถึงภาพยนตร์โดย Warner Bros. Pictures ทั้ง 7 ภาค (ปี 2001-2011)
และเมื่อภาพยนตร์ฉายจนครบ ก็ยังคงมีประสบการณ์ต่างๆ ให้แฟนๆ ได้ติดตามกันต่อ ทั้งทัวร์ชมเบื้องหลังงานสร้างภาพยนตร์ Warner Bros. Studio Tour และ สวนสนุกในธีม Harry Potter ที่ Universal Studio ทั่วโลก
ความท้าทายจากฉบับภาพยนตร์ 7 ภาค สู่ซีรีส์ 7 ซีซัน

ในปี 2026 นี้ กำลังจะมีซีรีส์ Harry Potter ที่สร้างโดย HBO ซึ่งเป็นเครือเดียวกับ Warner Bros. Pictures ที่ผู้สร้างตั้งใจถ่ายทอดรายละเอียดจากหนังสือที่ไม่เคยเห็นในภาพยนตร์มาก่อน รวมไปถึงหลายฉากที่อาจกกล่าวถึงในหนังสือ แต่ไม่ได้อยู่ในมุมมองของแฮร์รี่อีกด้วย

สำหรับการเนรมิตโลกเวทมนตร์ขึ้นมาใหม่ในครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับแฟรนไชส์ Harry Potter ที่แฟนๆ เหนียวแน่น และมีภาพจำต่างๆ ในฉบับภาพยนตร์ ที่ทีมงานสร้างได้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียดเอาไว้อย่างเป็นตำนาน จนทุกวันนี้ทั้งงานสถาปัตยกรรม สิ่งของ และกราฟิกต่างๆ ก็ยังคงเป็นที่จดจำและกลายเป็นสินค้าที่แฟนๆ ยังตามซื้อกันอย่างต่อเนื่อง


ถึงแม้จะท้าท้าย แต่ทีมงานสร้างซีรีส์ ก็กล่าวว่าพวกเขารักแฟรนไชส์นี้ไม่แพ้กัน และตั้งใจเคารพฉบับหนังดั้งเดิมโดยที่จะตีความใส่รายละเอียดที่พิเศษเพิ่มเข้าไปที่เป็นแบบฉบับของซีรีส์เอง
โดยตั้งแต่การปล่อยภาพนักแสดง ตัวอย่างซีรีส์ และภาพฉากต่างๆ ออกมา ก็ล้วนสร้างเสียงวิจารณ์ทั้งเชิงบวกและลบ และทำให้ทั้งโลกกลับมาจับจ้องที่โลกเวทมนตร์นี้อีกครั้ง
โลกเวทมนตร์แบบ ‘ธรรมชาตินิยม’ หัวใจหลักของซีรีส์

ทีมงานสร้างซีรีส์ ตั้งใจเลือกแนวทาง ‘ธรรมชาตินิยม (Naturalism)’ ซึ่งเกิดมาจากคำถามที่ว่า ‘เวทมนตร์มาจากไหน?’ จึงดำเนินไปสู่เรื่องราวที่ว่า ‘เวทมนตร์มีรากฐานมาจากธรรมชาติ’ ที่เป็นการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเวทมนตร์อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

ซึ่งจะถือว่าเป็นคนละแนวทางกับฉบับภาพยนตร์ ที่ทุกสิ่งจะเป็นแบบ ‘ไฮแฟนตาซี (High Fantasy)’ คือทุกๆ อย่างจะดูแฟนตาซีเหนือจริง อลังการแบบที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งก็เหมาะสมในแบบภาพยนตร์ที่มีความสั้นกระชับและต้องโดดเด่น

โดยแนวทาง Naturalism ก็เป็นหัวใจหลักของการออกแบบงานสร้างทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ งานกราฟิก ไปจนถึงฉาก พร็อพ และงานเครื่องแต่งกายต่างๆ ล้วนมีรายละเอียดที่มาจากธรรมชาติ มีความนุ่มนวล และดูสมจริงมากขึ้น เหมาะกับซีรีส์ที่มีชั่วโมงยาวนานและค่อยๆ เล่าเรื่อง
การออกแบบเครื่องแต่งกายของมักเกิ้ลและผู้วิเศษ

สำหรับการแต่งกายของมักเกิ้ล มีการค้นคว้าและไปหาเสื้อผ้าจากยุค 90s ตามท้องเรื่องจริงๆ เพื่อให้ตรงตามยุคสมัยที่สุด ทำให้ผลลัพธ์คือได้พาเลทสีของเครื่องแต่งกายมักเกิ้ล ที่มีความซีดกว่าผู้วิเศษเล็กน้อยแต่ก็มีความหลากหลาย โดยเสื้อผ้าหลายๆ ชิ้นที่ผู้คนใส่ฉากต่างๆ ก็เป็นของวินเทจจริงๆ
ส่วนในแง่ของเครื่องแต่งกายของโลกเวทมนตร์ ทางทีมงานกล่าวว่า “เราเลือกออกแบบเสื้อผ้าของผู้วิเศษให้ดูสไตล์จัดขึ้นกว่ามักเกิ้ล ผสานเส้นสายธรรมชาติ แต่ก็ยังดูสมจริง ราวกับว่าถ้าคุณเห็นคนแต่งตัวแบบนี้ที่หัวมุมถนน อาจจะคิดว่าเขามาจากโลกเวทมนตร์ก็ได้”

พวกเขาเลือกใช้การพิมพ์ลายใบไม้จริงบนผ้าของชุดดัมเบิลดอร์ หรือกระทั่งลวดลายจากหิน ทำให้ดูมีความคราฟต์และไม่เพอร์เฟ็คจนเกินไป

ส่วนเครื่องแบบของนักเรียนพ่อมดแม่มดฮอกวอตส์ ก็ทำมาจากวัสดุธรรมชาติของจริงทั้งหมด เช่น เส้นใยธรรมชาติ และวูลขนสัตว์ เพื่อให้ความรู้สึกสมจริงเหมือนมาจากยุคก่อนจริงๆ
การออกแบบกราฟิก สัตว์ สิ่งของ และฉากในโลกเวทมนตร์
ตั้งแต่โลโก้ของซีรีส์ ก็มีความต่างออกไป ยังมีเค้าโครงเดิมเพื่อเน้นภาพจำ แต่ก็มีรายละเอียดที่เหมือนกิ่งไม้ และเส้นสายดูธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงตราของโรงเรียนฮอกวอตส์ที่มีความเป็นต้นไม้และเถาวัลย์


สิ่งของและฉากในโลกเวทมนตร์ล้วนเน้นเรื่องธรรมชาตินิยมให้เด่นชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านในตรอกไดแอกอน ป้ายหน้าร้าน หรือสถาปัตยกรรมในฮอกวอตส์ ก็จะเห็นรายละเอียดที่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากขึ้น

เช่น ในฮอกวอตส์มีต้นไม้เติบโตอยู่ในนั้น ตัวอย่างพร็อพที่เปลี่ยนไป เช่น กบช็อคโกแลต ที่ในฉบับหนังจะเป็นกล่องทรงห้าเหลี่ยมหรูหรา แต่ในฉบับซีรีส์นี้กลายเป็นกล่องรูปดอกบัวที่เปิดออกมาเป็นกบบนใบบัว ซึ่งถือเป็นการตีความที่ต่างออกไปแบบที่มีเอกลักษณ์



ไม้กวาดควิดดิชในซีรีส์นี้ ก็ดูเป็นไม้กวาดที่เห็นได้ทั่วไปตามบ้าน ไม่ได้ดูแฟนซีเนี้ยบกริบเหมือนฉบับภาพยนตร์ ทำให้จินตนาการได้ว่าไม้กวาดนี้อาจจะตั้งอยู่ในบ้านมักเกิ้ลก็เป็นได้ แต่ก็มีการใส่รายละเอียดพิเศษเล็กน้อย
ส่วนสัตว์วิเศษต่างๆ ทางทีมสร้างกับเลือกสร้างเป็น ‘หุ่นยนต์สัตว์ (animatronics)’ เพื่อให้มีความสมจริงโดยที่นักแสดงสามารถปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ได้ ซึ่งในฉบับภาพยนตร์ก็มีการใช้วิธีนี้เช่นกัน เช่น การสร้างฮิปโปกริฟฟ์บัคบีค


ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับการสร้าง Harry Potter ในฉบับใหม่นี้ เชื่อว่าจะเป็นอีกครั้งที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟนๆ ดั้งเดิม หรือแฟนๆ รุ่นใหม่ ได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์นี้อีกครั้ง


สำหรับ ซีรีส์ Harry Potter ในแบบฉบับของ HBO สามารถชมเบื้องหลังงานสร้างได้ใน สารคดี Finding Harry: The Craft Behind the Magic ทาง HBO Max รวมถึงตัวอย่างแรกได้ทางช่องทางต่างๆ และรอชมซีซั่นแรก Harry Potter and the Philosopher’s Stone พร้อมกันได้ในวันที่ 25 ธันวาคม 2026 นี้
