ย้อนกลับไปในปี 2020 มีคลิปวิดีโอสุดไวรัลในประเทศญี่ปุ่นบนช่องยูทูบชื่อ ‘อุเก็ตสึ’ มีเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาฯ ของบ้านประหลาดหลังหนึ่ง ก่อนที่ในปีถัดมาจะถูกพัฒนาและต่อยอดเป็นหนังสือในชื่อ ‘บ้านวิกลคนประหลาด’ ที่จุดเด่นคือการพาไปสำรวจและไขความลึกลับผ่าน ‘ผังบ้าน’ ที่ซ่อนปมปริศนาบางอย่างเอาไว้ สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุกว่า 8.5 ล้านเล่มในประเทศญี่ปุ่น และยอดขายกว่า 1 ล้านเล่มในไทย
จากกระแสการตอบรับที่ดีของบ้านวิกลฯ ทำให้อุเก็ตสึต้องเพิ่มระดับความท้าทายของปมปริศนาเข้าไปอีก จึงทำให้หนังสืออย่าง ‘บ้านวิกลคนประหลาด เล่ม 2’ และหนังสือ ‘ภาพวาดปริศนากับการตามหาฆาตกร’ มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่มากขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์การดำเนินเรื่องโดยใช้ ‘ภาพ’ เป็นสื่อในการเล่าเรื่องเช่นเดิม
หลังจากที่แฟนชาวไทยต้องรอคอยกันมาสักพักใหญ่ ตอนนี้ผลงานใหม่ลำดับที่ 4 ของ ‘อุเก็ตสึ’ ได้รับการแปลไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับผลงานที่มีชื่อว่า…
ลองมองไปรอบตัว ไม่ว่าจะภาพวาดสุดฮีลใจที่ติดไว้ที่ผนัง หนังสือนิยายเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้ เสียงเพลงที่เปิดคลอยามเช้า ทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า แม้ไม่ได้เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ แต่ ‘ศิลปะ’ ก็ยังคงรายล้อมอยู่ในชีวิตเราเสมอไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
การที่ศิลปะสามารถสอดแทรกและเติบโตอยู่ในทุกสิ่งรอบตัวเราได้ เพราะในโลกของศิลปะนั้นมักไม่มีขอบเขต แล้วแต่จินตนาการของศิลปินจะไปถึง แต่สิ่งเดียวที่มักจะกลายมาเป็นข้อจำกัด ขีดเส้นขวางทางเดินให้เหล่าศิลปินไปไม่ถึงเป้าหมาย ก็คือ ‘กลไกการสนับสนุน’ ที่รวมไปถึงโอกาส การผลักดันอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงเรื่องของทุนทรัพย์
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมใน Ecosystem ของวงการศิลปะ จึงไม่ได้ต้องการเพียงแค่ศิลปินผู้สร้างสรรค์เท่านั้น แต่การที่ศิลปะจะยั่งยืนได้ พวกเราทุกคนที่เป็น ‘ผู้เสพศิลป์’ ก็มีบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน เริ่มต้นจากการให้คุณค่ากับศิลปะ ให้กำลังใจศิลปิน นำไปสู่การบอกต่อ รวมถึงให้การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ
‘น้องปันศิลป์’ เด็กหญิงผู้สานต่อความฝันของผู้คนในด้านศิลปะ
เมื่อความฝันและความจริงยังมีช่องว่าง ‘กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย’…
