Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

รู้ไหมว่าสมัยก่อนรองเท้าไม่มีซ้าย-ขวา !? ส่องเรื่องราวสิ่งห่อหุ้มเท้าจากโบราณถึงปัจจุบัน

เป็นเวลามากกว่า 40,000 ปีแล้วที่รองเท้าถูกคิดค้นเพื่อช่วยปกป้องเท้าของเรามาอย่างยาวนาน แต่รู้ไหมว่าแม้คนเราจะมีขาซ้าย-ขวา แต่ ‘รองเท้า’ ในยุคสมัยก่อนกลับไม่ได้แยกข้างสำหรับเท้าซ้าย-เท้าขขวา จะใส่สลับกันก็ยังได้ ! (แต่ใส่สบายไหมอันนี้ก็อีกเรื่อง)

วันนี้จะขอพาไปสำรวจเรื่องเล่าเรื่องราว พัฒนาการของรองเท้าสิ่งที่ช่วยปกป้องเท้าของเราจากสภาพแวดล้อมต่างๆ มาตั้งแต่ยุคโบราณจนมาถึงในยุคปัจจุบัน !

กำเนิดรองเท้าแตะ รองเท้าแบบแรกที่เข้ากับรูปเท้าทั้งซ้าย-ขวา

ถึงเราจะเกริ่นไว้ว่ารองเท้าต่างๆในประวัติศาสตร์โลกนั้นจะเหมือนกันทั้งซ้ายขวา แต่นั่นคือสำหรับรองเท้าแบบหุ้มปลายเท้าทั้งหมดเท่านั้น

ส่วนรองเท้าแบบเปิดปลายเท้า พวกรองเท้าแตะและรองเท้ารัดส้นนั้นมีซ้ายขวามาตั้งแต่ยุคแรกๆเลย เพราะถ้ารองเท้าที่เห็นปลายเท้าแบบนั้นเวลาใส่แล้วแนวของนิ้วกับขอบรองเท้าไม่ไปด้วยกันคงแปลกน่าดู

โดยรองเท้าลักษณะนี้กลุ่มอารยธรรมกรีกและอียิปต์โบราณได้เริ่มพัฒนาอย่างจริงจังขึ้นมาเมื่อราวๆ 6,000 ปีก่อน โดยแบบของรองเท้าและรายละเอียดหลายๆ อย่างที่คิดกันตั้งแต่ยุคนั้นก็ยังคงใช้อยู่จนมาถึงปัจจุบัน ถ้าดูจากรูปเผินๆ ก็คงคิดว่ามาจากยุคนี้ด้วยซ้ำ

ถึงจะมีรองเท้าแต่ก็ยังเดินเท้าเปล่า !

ถึงแม้ว่าอารยธรรมกรีกจะพัฒนาวิธีการผลิตรองเท้าอย่างจริงจัง แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมที่จะเดินเท้าเปล่ามากกว่า โดยจะสวมรองเท้าก็ต่อเมื่อต้องการความเป็นทางการซึ่งมักจะทำจากหนังสัตว์ ทั้งนี้เนื่องจากสภาพภูมิอากาศแบบอบอุ่นด้วย จึงทำให้คนสามารถเดินเท้าเปล่าได้อย่างสบายๆ

ถ้าเคยได้ยินเรื่องของ Philippides ชายผู้วิ่งจากทุ่งมาราธอนไปส่งข่าวที่กรุงเอเธนส์ซึ่งกลายเป็นที่มาของการวิ่งมาราธอนแล้วละก็ เราสามารถสันนิษฐานได้ว่าเขาอาจวิ่งเท้าเปล่าเป็นระยะทางกว่า 42 กิโลเมตรเลยทีเดียว !

รองเท้ากลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะทางสังคม

ส่วนในวัฒนธรรมอียิปต์โบราณนั้นการใส่รองเท้าเป็นที่แพร่หลายมากกว่า เพราะจำเป็นต้องช่วยปกป้องเท้าจากความร้อนในทะเลทราย และนอกจากนี้ยังเป็นตัวบอกสถานะทางสังคมอีกด้วย

โดยทาสจะไม่ใส่รองเท้าหรือถ้าใส่ก็จะทำจากใบไม้สาน ส่วนคนทั่วไปจะใส่รองเท้าที่ทำจากปาปิรุส (ต้นกกอียิปต์) ถ้าลำดับสูงกว่านั้นก็อาจทำจากหนังสัตว์และจะมีการการประดับประดาต่างๆบนรองเท้า ในขณะที่ชนชั้นสูงจริงๆ จะสามารถใส่รองเท้าที่มีสีแดงหรือสีเหลืองได้

จากเท้าเปล่าสู่รองเท้ากลาดิเอเตอร์

หลังจากอาณาจักรโรมันเข้ามายึดอาณาจักรกรีกในช่วง 146 ปีก่อนคริสตกาลทำให้เทรนด์เท้าเปล่าได้สิ้นสุดลง โรมันที่ขึ้นชื่อเรื่องของการรบก็ได้พัฒนาต่อยอดรองเท้าหุ้มข้อที่สามารถปรับให้กระชับได้เพื่อให้ทหารเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือที่เราเรียกกันมาจนปัจจุบันว่า “รองเท้ากลาดิเอเตอร์” นั่นเอง

รองเท้าได้ถูกพัฒนารูปแบบอย่างช้าๆ ทั่วโลก หนังและพื้นไม้ถูกใช้เป็นวัสดุหลักของรองเท้าในพื้นที่ที่มีฝนตกบ่อยพื้นเป็นดินโคลน รองเท้าปลายงอนเริ่มเป็นที่นิยมในตะวันออกกลาง

จนมาถึงการเย็บพื้นหนังรองเท้าเข้ากับวัสดุที่มีความแข็งอื่นๆ ซึ่งเป็นวิธีการทำรองเท้าต่างๆที่เราคุ้นเคยในทุกวันนี้ และแน่นอนว่ารองเท้าเหล่านี้ยังคงเป็นแบบที่เหมือนกันทั้งซ้าย-ขวา

กำเนิดรองเท้าข้างซ้าย-ข้างขวา

ถึงแม้ว่ารองเท้าแตะจะถูกออกแบบให้เข้ากับรูปเท้าทั้งสองข้างมาเป็นระยะเวลาหลายพันปี แต่รองเท้าแบบหุ้มปลายเท้าก็ยังเป็นแบบตรงๆ ที่ใส่ได้เหมือนกันทั้งซ้าย-ขวามาอย่างยาวนาน ส่วนหนึ่งเพราะว่าเมื่อเวลาผ่านไปรองเท้าหนังแบบนี้จะค่อยปรับตัวเองให้เข้ากับรูปเท้าของคนสวมใส่เองอยู่ดี และยังง่ายต่อการผลิตมากกว่า

แต่ในที่สุดรองเท้าแบบนี้ก็ได้ถูกพัฒนาแบบให้เข้ากับเท้าแต่ละข้างในปี 1817 โดยช่างทำรองเท้าในฟิลาเดเฟียชื่อ William Young และ อเมริกายังได้คิดค้นระบบไซส์รองเท้าขึ้นเพื่อการผลิตเป็นจำนวนมากและทำให้รองเท้าขายได้ง่ายขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 อีกด้วย

ถึงแม้รองเท้าแบบคู่ซ้าย-ขวาจะค่อยๆเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆเพราะใส่ได้สบายกว่า แต่ในช่วง American Civil War ทหารก็ยังคงใส่รองเท้าแบบตรงอยู่ ด้วยต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าการผลิตแบบเป็นคู่และหากมีปัญหาก็สามารถเปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องสนข้างซ้ายหรือขวา

ทำให้รองเท้าแบบนี้ยังถูกใส่ต่อไปทางการทหารแม้ว่าจะมีทหารมากมายออกมาร้องเรียนว่าใส่ไม่สบาย โดยกว่าจะถูกเปลี่ยนเป็นรองเท้าแบบซ้าย-ขวาก็เข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ก้าวเข้าสู่รองเท้าสมัยใหม่

หลังจากที่เรามีรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับเท้าแต่ละข้างแล้ว รองเท้าโลกยุคปัจจุบันก็ได้ถูกพัฒนาอย่างสมบูรณ์ในปี 1897 โดยช่างทำรองเท้าชาวเยอรมันชื่อว่า Konrad Birkenstock ที่ได้คิดค้นพื้นภายในรองเท้าที่รับตามสรีระของฝ่าเท้าจริงๆ

ทำให้รองเท้าในปัจจุบันนั้นสวมใส่สบายกว่าอดีตเป็นอย่างมาก และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของรองเท้าแบรนด์อมตะอย่าง Birkenstock อีกด้วย

บทความโดย: รวีศิลป์ อัศวกิตติประภา

© 2021 Art of. All rights reserved.

  083-138-5607
contact@artofth.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save