หนึ่งในขนมขนมยอดฮิตที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็หลงรักกันทั่วโลก แต่ใครจะไปคิดว่าขนมที่เราคุ้นเคยอย่าง 'โดนัท' จะมีประวัติยาวนานที่ตลกและสนุกขนาดนี้ !
จริงๆ แล้ว “ขนมแป้งทอด” เนี่ย คนทั่วโลกเขากินกันมานานแล้ว ไม่ใช่แค่ยุคเรา หลักฐานบอกว่าในยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลายวัฒนธรรมโบราณมีการทอดแป้งกินกันมานานแล้ว แถมชาวโรมันและกรีกโบราณก็มีเมนูแป้งทอดแบบหวานอีกด้วย จนเรียกได้ว่าเป็นของหวานที่อยู่มาแล้วทุกยุค
แต่โดนัทแบบที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจาก 'ชาวดัตช์' ที่อพยพมาอเมริกา (ตอนนั้นยังเรียกว่า New Netherland) ในศตวรรษที่ 17–18 พวกเขาทำขนมที่เรียกว่า “Olykoeks” หรือ “เค้กน้ำมัน” เป็นขนมแป้งทอดทรงกลมที่ใส่ผลไม้หรือถั่วตรงกลาง เพราะไม่อยากให้แป้งด้านในสุกช้ากว่าด้านนอก
แล้วชื่อโดนัทถูกเรียกตอนไหน ? รูกลมๆ ตรงกลางมันโผล่มาได้ยังไง ? มีหลายคำถามสนุกๆ ที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวของเจ้าขนมมีรูนี้ วันนี้เลยขอชวนมาติดตามไปพร้อมกัน !
ชื่อเรียก 'โดนัท' มาจากไหน…
รสชาติของการเติบโตบนหนทางชีวิต ไม่เคยง่ายสำหรับใคร
แต่ละคนมีประสบการณ์ บาดแผล บทเรียนจากการใช้ชีวิตครั้งแรกในแบบของตัวเอง การก้าวข้ามบางสิ่งอาจไม่สำเร็จได้ในทันที แต่การโอบกอดข้อผิดพลาด ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการเติบโตด้วยเช่นกัน
Tatohearts : Let’s Grow คือนิทรรศการที่ชวนทุกคนมาเปิดมุมมองเกี่ยวกับเรื่อง “การเติบโต” และการกลับมาของ คาแรคเตอร์หัวใจตาแป๋ว ที่ออกแบบโดย ยิปโซ อริย์กันตา ซึ่งคำตอบอาจไม่ใช่การรีบร้อนเพื่อประสบความสำเร็จ...แต่อยู่ที่กับการ ยอมรับหัวใจตัวเอง ในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ในร้าน Grow Tea Studio ทั้งสองแห่งจะได้พบกับเหล่าเจ้า Tatohearts ที่แปลงร่างมาในรูปแบบต่างๆ จากกระดาษ ดอกไม้ และดิน กลายมาเป็นรูปปั้น ถ้วยชา และชิ้นงานต่างๆ
วันนี้ Art of จะพาไปพูดคุยกับ ยิปโซ อริย์กันตา…
Superman ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ในฐานะฮีโร่ต้นแบบเท่านั้น แต่เขายังเป็นคาแรคเตอร์หนึ่งที่เดินทางเคียงข้างประวัติศาสตร์ของศิลปะ ไม่ว่าจะในวงการ Comics เอง หรือในฐานะแรงบันดาลใจให้กับศิลปินระดับโลกอย่าง Andy Warhol
อิทธิพลของยอดมนุษย์คนนี้ไม่เพียงส่งผลต่อผู้คนทั่วไป แต่ยังผลักดันให้เกิดศิลปินผู้สร้างงานศิลปะ ได้สร้างสรรค์งานทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย เราจะพาย้อนกลับไปสำรวจแต่ละยุคของวงการ Comics ที่หล่อหลอมและเปลี่ยนแปลง Superman ให้กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้ทรงพลังและเป็นที่รักของคนทั้งโลก ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่หนังสือ ‘Comics’ จนมาถึงอิทธิพลกับศิลปะแบบ ‘Pop Art’
Golden Age ยุครุ่งเรืองของหนังสือการ์ตูน
ช่วงปี 1938 ถึงช่วงกลาง 1950s ในขณะนั้นอุตสหกรรมสิ่งพิมพ์โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูน ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และเรื่องที่โด่งดังมากที่สุดแห่งยุคก็คือ Superman นั่นเอง เรียกได้ว่าไม่มีคนอเมริกันคนไหนไม่รู้จักเขา ความสำเร็จของการ์ตูน Superman กลายเป็นต้นแบบของสำนักพิมพ์อื่นสร้างฮีโร่ของตัวเองขึ้นมาบ้าง
ในยุคแรกเริ่มเรื่องราวของซุปเปอร์แมนจะมีการซ่อนแนวคิดความเป็นชาติและความเป็นมหาอำนาจอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2…
'ไดโนเสาร์' สิ่งมีชีวิตในอดีตที่เราคงไม่เคยเห็นตัวจริง แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนหลงใหล ปลุกจินตนาการในตัวเราได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด แม้แต่ใกล้ๆ ตัวเรา ก็มีเจ้าไดโนเสาร์ และสัตว์ดึกดำบรรพ์กว่าร้อยสายพันธุ์กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทย
เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นของสิ่งมีชีวิตมหึมาเหล่านี้ เคยสะท้อนกึกก้องอยู่บนแผ่นดินเดียวกับที่เรายืนอยู่ ความลี้ลับทางธรรมชาติที่รอการค้นพบ และเรื่องราวของชีวิตที่ไม่มีวันถูกลืม ตอนนี้ถูกรวมมาอยู่ในนิทรรศการ 'THAINOSAUR' ณ Museum Pier ท่าพิพิธภัณฑ์
ภายในงานมีการเล่าเรื่องราวผ่าน 3 โซน 3 ชั้น แต่ละชั้นมีการจัดแสดงหุ่นจำลองสัตว์ดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์พันธุ์ไทยหลากหลายชนิด พร้อมสอดแทรกงานศิลปะของ 3 ศิลปินที่มาร่วมจัดแสดงในงาน
เบื้องหลังการเปลี่ยนข้อมูลเป็น 'โครงกระดูก' ที่สมจริง !
ถือเป็นนิทรรศการที่ได้รับเสียงตอบรับดีมาก เชื่อว่าเพื่อนๆ น่าจะได้เห็นพา อ่านรีวิวกันไปบ้างแล้ว แต่วันนี้อยากพาไปเจาะลึกอีกหนึ่งส่วนสำคัญคือ 'โครงกระดูก' ไดโนเสาร์ ที่ถูกออกแบบด้วยการผสานทั้งวิทยาศาสตร์ และศิลปะ
โดยไม่ใช่การออกแบบตามจินตนาการ แต่มันคือการ…
หากใครได้เห็นภาพของภาพยนตร์ “The Fantastic Four: First Steps” ผ่านตากันแล้ว ก็จะเห็นว่าหนึ่งในจุดเด่นของเรื่องงานภาพที่สวยจับใจ โดยการใช้สไตล์ “Retro-futuristic” หรือ “อนาคตแบบย้อนยุค” ในช่วงยุค 1960s ได้อย่างอลังการมากๆ
ซึ่งเราเคยเห็นแนวทางนี้กันมาแล้วจากซีรีส์ Loki ของ Marvel Studio นั่นเอง แต่ในครานั้นก็เหมือนเป็นน้ำจิ้มของโลก Retro-futuristic เพราะคราวนี้ The Fantastic Four ในปี 2025 ก็ได้สร้างโลกสไตล์นี้ขึ้นมาอย่างจัดเต็มแบบที่ไม่เคยเห็นหนังเรื่องไหนทำมาก่อน วันนี้ Art of มีเรื่องราวเบื้องหลังสุดพิเศษเกี่ยวกับงานออกแบบฉากมาให้ทุกคนอ่านกัน
ผู้กำกับ Matt Shakman ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเขาได้นำองค์ประกอบที่ดีที่สุดจากยุค 60s มาใช้ในหนังเรื่องนี้ และเติมแนวทางของในแบบฉบับ “Fantastic Four”…
สายครีเอเตอร์ นักออกแบบ ผู้ประกอบการชาวไทย หรือจะผู้ที่สนใจชอบงานออกแบบสร้างสรรค์และคาแรคเตอร์ จะต้องสนใจงานนี้แน่ เพราะนี่เป็นงานแสดงวัฒนธรรมประจำปีของไต้หวันที่ได้รับความสนใจมากสุดๆ ในระดับที่มีคนมาเข้าแถวเพื่อเข้างานยาวเป็นกิโลเมตร เช่นเดียวกันในปีนี้ Creative Expo Taiwan 2025 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่นำเสนอนิทรรศการ Cultural Curation Pavillion แสดงวัฒนธรรม และยังรวมไปถึง ตลาดซื้อขายทางธุรกิจของเหล่านักสร้างสรรค์ (Business & Licensing Pavilion) โดยในงานจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
Cultural Curation Pavillion ที่เล่าเรื่อง “Water Scapes”
ปีนี้ธีมหลักของนิทรรศการโซนวัฒนธรรม คือ “Water Scapes” ถ่ายทอดความหลากหลายของวัฒนธรรมไต้หวันและความยืดหยุ่นที่เปิดรับความแตกต่างผ่าน ‘สายน้ำ’ ที่ผันเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตของผู้คน
ปีนี้จะเป็นธีม ‘สายน้ำ’ ที่ผันเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตของผู้คน…
“ก็แล้วแต่เธอ ถ้าไม่อยากจะรับไว้ ก็เอาเลยเชิญ ฉันจะไม่ไปวุ่นวาย ขอสารภาพว่าสับสน ระหว่างรักกับศักดิ์ศรี ยังรักใครคนหนึ่ง ยังคิดถึงเค้าคนนั้น แต่สิ่งที่ฉันทำ Sometime สวนทางกับสิ่งที่ฉันเป็น”
เพลง คำสารภาพ ถ่ายทอดความรักที่จบลงทั้งที่ใจยังไม่พร้อมปล่อย ความรู้สึกสับสนระหว่างการรักษาศักดิ์ศรีกับการอยากไขว่คว้าให้เขากลับมา กลายเป็น “คำสารภาพ” ที่ตรงไปตรงมา ว่าแม้วันนี้เรายังไม่รักตัวเองได้เต็มที่ แต่ลึกๆ ก็ยังหวังว่า สักวันหนึ่ง...จะได้พบกันอีกครั้งในวันที่เราพร้อมกว่าเดิม
และจากบทเพลงนั้น จึงเกิดเป็น ‘พื้นที่สารภาพ’ พื้นที่เล็กๆ สำหรับใครก็ตามที่อยากนั่งทบทวนความรู้สึกของตัวเอง หรือพูดคุยกับอีกฝั่งในความคิด แม้เขาจะไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว
ภายในพื้นที่มี 'ตู้สารภาพ’ ที่ถูกลดทอนและได้แรงบันดาลใจจาก ‘ตู้สารภาพบาป’ ในโบสถ์ ซึ่งปกติเป็นพื้นที่ส่วนตัวระหว่างผู้สารภาพและนักบวช มีฉากกั้นเพื่อให้สามารถเปิดใจโดยไม่ต้องกลัวการถูกตัดสิน
ในที่นี้ “ตู้สารภาพ” ถูกแปลงมาเป็นสัญญะของพื้นที่ปลอดภัย ให้ทุกคนได้สารภาพกับความรู้สึกของตัวเอง มีที่นั่งและฉากกั้นเพื่อให้เราได้ฟังเสียงในใจอย่างเงียบงัน
องค์ประกอบในห้องยังเชื่อมโยงกับ…
THE VOICE คือเสียงที่ไม่ได้เปล่งออกมา แต่สัมผัสได้อยู่ภายใน ถ่ายทอดสิ่งที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ งานศิลปะของ JAMSAN จึงกลายเป็นเหมือนการ ‘เชิญชวน’ ให้ผู้ชมแต่ละคนได้ลองมาสัมผัส เสียงของตัวเอง ผ่านภาพวาดที่เป็นเหมือนกุญแจไขความรู้สึกกลางใจเรา
นิทรรศการประกอบไปด้วยผลงานภาพวาด 2 ชุด ได้แก่ Red Chair และ Rose from the Stars จุดเด่นหลักของงานคุณ JAMSAN คือการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครเด็กสาวขี้เหงา พาดำดิ่งสู่ช่วงเวลาในอดีต และความทรงจำอันเปล่าเปลี่ยว สำรวจความเปราะบางในจิตใจ เล่าผ่านสถานที่ที่เรื่องราวเหนือจินตนาการทะยานสู่ห้วงแห่งความฝันอันไม่รู้จบ สะท้อนความรู้สึกผ่าน ‘เสียง’ ที่สื่อความหมายอย่างแผ่วเบาราวออกมาจากรูปวาด
Art of จะพาไปพูดคุยกับศิลปินอย่างคุณ JAMSAN ผ่านมุมมอง ประสบการณ์ ความคิด และเจาะลึกเบื้องหลัง ของ…
พูดถึงสถาปนิกที่ทรงอิทธิพลในยุคสมัยโมเดิร์น หนึ่งในนั้นย่อมต้องมีชื่อของ Mies van der Rohe สถาปนิกชาวเยอรมัน ที่เชื่อว่าความเรียบง่ายและการลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น จะช่วยให้โครงสร้างและวัสดุแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่ เป็ยความงามทางสถาปัตยกรรมโดยไม่ต้องซ่อนหรือประดับเพิ่ม
คำว่า “น้อยแต่มาก” นั้นเป็นแนวคิดที่พูดถึง ‘คุณภาพที่เหนือกว่าปริมาณ’ และการ ‘ลดทอนจนเหลือสิ่งที่จำเป็นที่สุด’ เพื่อให้เกิดความชัดเจน งดงาม และฟังก์ชันที่แท้จริง
โปร่งเบา ชัดเจน และงดงาม
‘Less is more’ ลดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น เลือกใช้วัสดุ โครงสร้าง หรือเส้นสายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เป็นแนวคิดที่พูดถึงความงามที่เกิดจากสัดส่วนและเส้นสาย ตัดสิ่งฟุ่มเฟือยที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าทางฟังก์ชันหรือความงาม
แนวคิดนี้ยังคงใช้ได้ดีจวบจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับ ‘Noble Around Ari’ โครงการคอนโดมิเนียมใจกลางอารีย์ ย่านที่เต็มไปด้วยสีสันและไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่หยิบเอาแนวคิดการออกแบบแบบ The Skin &…
